• 최종편집 2021-09-09(목)

ภาษาไทย
Home >  ภาษาไทย

실시간뉴스
  • เมื่อผ่านไป 14 วันนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนในประเทศ จะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อกลับเข้ามาใหม่หลังจากออกนอกประเทศ
    มีความสนใจมากขึ้น ว่าชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาในเกาหลี หลังจากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังการฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการยกเว้น การกักตัวหรือไม่   ได้รับการยกเว้นการกักตัวภายหลังการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหมายถึง บุคคลที่ได้รับวัคซีนผ่านไปแล้ว 14 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ของวัคซีนที่ต้องฉีด 2 ครั้ง หรือ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียว หากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกลับเข้ามาในประเทศเกาหลี อีกครั้ง เกณฑ์สำหรับการยกเว้นการกักตัวคือ เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น ณ วันที่เข้าประเทศหรือไม่   เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดังนั้น หากฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน และกลับไปเยือนบ้านเกิด หลังจากนั้นกลับเข้าเกาหลีอีกครั้งในวันที่ 16 กันยายน จะได้รับการยกเว้นการกักตัว อย่างไรก็ตาม หากเข้าประเทศก่อนวันที่ 15 จำเป็นต้องกักตัว   วิธีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนทำได้อย่างไร? มี 3 วิธีในการพิสูจน์การฉีดวัคซีนของตนเอง ได้แก่ ▲ออนไลน์ ▲โทรศัพท์มือถือ▲และสติ๊กเกอร์บัตรประจำตัว *สำหรับวิธีการออนไลน์ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (https://nip.kdca.go.kr/irgd/civil.do?MnLv1=1)หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบ,ยืนยันตนเอง,หลังจากนั้นพิมพ์ ใบรับรองแบบกระดาษ   ‚วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘COOV’ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ƒสำหรับวิธีการติดสติกเกอร์ที่บัตรประจำตัว สามารถไปที่ ตำบล.เขตการปกครอง.แขวง ศูนย์สวัสดิการบริหาร และรับสติกเกอร์รับรองการฉีดวัคซีนและสามารถออกใบรับรองแบบกระดาษได้ด้วย   ทำการทดสอบ PCR หรือไม่? ผู้ที่เข้าประเทศหลังจากเดินทางออกนอกประเทศจะต้องผ่านการทดสอบวินิจฉัยการขยายตัวของยีน (PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จำนวนการตรวจ วินิจฉัยจึงเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 ครั้ง   ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีจะต้องผ่านการทดสอบ PCR ก่อนเข้าประเทศเกาหลี และส่งใบรับรองการทดสอบที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง และรับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ศูนย์สาธารณสุขในท้องถิ่น ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศ และจะต้องผ่านการทดสอบ ครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 6 ~7 หลังจากเข้าประเทศแล้ว จำเป็นต้องรอที่บ้านจนกว่าจะได้รับการยืนยันผลเป็นลบ และแอพฯกักตัวที่ติดตั้ง ในตอนเข้าประเทศจะต้องถูกลบหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นลบโดยสมบูรณ์   แม้ว่าจะให้การยืนยัน PCR ผลเป็นลบ เมื่อเข้าประเทศ แต่อาจถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อในทันที หากการทดสอบ ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศและในวันที่ 6 ถึง 7 ผลเป็นบวก การตรวจสอบแบบธรรมดาได้รับการยืนยันผลเป็นลบ 3 ครั้ง การกักตัวจะถูก ยกเลิกหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป 14 วัน หลังจากวันที่เข้าประเทศ   ควอน จุนอุก หัวหน้าสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 27 ว่า "เพื่อความสะดวกของผู้เข้าเดินทางเข้าประเทศและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร เกณฑ์การยกเว้นการกักตัวจะเปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าประเทศเกาหลี 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะช่วยเสริมการปิดกั้นการแพร่เชื้อในชุมชนที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการโดยการเพิ่มการทดสอบ PCR ในวันแรก หลังจากเข้าประเทศ เพื่อระบุผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น”  김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-09-02
  • “บุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติก็สามารถได้รับเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน”
    <자료 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6589 >   คยองกีโด กำลังรับสมัคร 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021' ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน' นั้น ได้นำเข้าโครงการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าโดยสารของเยาวชน อายุ 13-23 ปีในคยองกีโด ซึ่งมีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ, เนื่องจากราคาค่าโดยสารในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารในครั้งนี้ ประกอบด้วยรูปแบบการคืนเงินค่าโดยสารผ่านทางบัตรเงินสดท้องถิ่น ในวงเงินสูงสุด 60,000 วอน(120,000 วอนต่อปี)  ตามการใช้จ่ายจริงให้กับเยาวชนที่ใช้รถบัสคยองกี(ในเมือง/หมู่บ้าน) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนี้ เส้นทางการจราจรที่เป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือ ได้แก่ รถโดยสารประจำทางในคยองกีโด (ปกติ, เมืองใหญ่, Mบัส, รอบเมืองคยองกี) และรถบัสในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงการใช้รถไฟฟ้า(รถไฟฟ้าใต้ดิน)และรถบัสอินชอน•โซล/อินชอน และการเปลี่ยนรถภายใน 30 นาทีก่อนและหลังการใช้รถบัสในเมือง•หมู่บ้านคยองกีโด (ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:00 น.จนถึง 7:00 น. ของวันถัดไป ) สามารถสมัครขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม เพียงแค่ลงทะเบียนสมาชิก 'ทางโฮมเพจ การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในคยองกีโด (www.gbuspb.kr)' อันดับแรก ในการสมัครสมาชิกใหม่จะต้องลงทะเบียนใบรับรองสาธารณะเพื่อยืนยันการอาศัยอยู่ในจังหวัด หลังจากนั้นลงทะเบียน "หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น" เพื่อขอรับเงินคืน และ "หมายเลขบัตรโดยสาร" ที่ใช้งานอยู่                      สำหรับสมาชิกเดิมที่เข้าร่วมมานานกว่า 10 เดือน หลังจากล็อคอิน หากบัตรเงินสดท้องถิ่นของบัตรโดยสารไม่มีปัญหาอะไร สามารถสมัครใหม่ได้โดยการยืนยันที่อยู่ผ่านทางใบรับรองสาธารณะ เพียงแต่ในกรณีที่มีการใช้บัตรโดยสารใหม่อันเนื่องมาจากการสูญหาย และอื่นๆ เช่น การเพิ่มเติมข้อมูลในบัตรที่ลงทะเบียบ(บัตรโดยสาร) หรือการแก้ไข(บัตรเงินสดท้องถิ่น) สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมน้อยกว่า 10 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่อยู่ผ่านใบรับรองสาธารณะ  'หมายเลขบัตรโดยสาร'แบบสองระบบนั้น สามารถลงทะเบียนกับบัตรโดยสารแบบเติมเงิน (T-money, cashbee ฯลฯ) หรือสามารถลงทะเบียนบัตรโดยสารแบบรายเดือนภายใต้ชื่อตนเอง ไม่สามารถสมัครบัตรโดยสารแบบรายเดือนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นหรือชื่อของพ่อแม่ได้ ต้องสมัคร 'หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น' โดยใช้ชื่อตนเอง,เด็กอายุ 13 ปีที่ไม่มีบัตรเงินสดท้องถิ่นหรือ เยาวชนที่มีปัญหาในการออกบัตรเงินสดท้องถิ่นเนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของตนเอง สามารถสมัครได้โดยใช้หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่นของเจ้าบ้านหรือของพ่อแม่ คยองกีโดต้องการให้เยาวชนจำนวนมากได้รับผลประโยชน์ จึงได้ดำเนินการผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคยองกี ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารโรงเรียนผ่านทางโทรศัพท์โดยมีเนื้อหาของวิธีการสมัครอยู่ในนั้น, และกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยใช้ G-Bus TV, โฮมเพจของจังหวัด•เมือง•อำเภอ, บล็อก, SNS และติดป้ายประกาศบนถนนสายหลัก เป็นต้น การจ่ายค่าโดยสารสำหรับเยาวชนนั้นจะพิจารณาจากเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้าน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติหรือบุตรของคู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ร้องขอให้บันทึกการลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้านแต่ละครัวเรือน ก็สามารถรับเงินได้  นอกเหนือจากการช่วยเหลือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถตรวจสอบได้ที่โฮมเพจ การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด (www.gbuspb.kr), หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด คอลเซ็นเตอร์(1577-8459)
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-08-07
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม ,จะมองข้ามกันไปถึงเมื่อไหร่
    <사진 경기글로벌센터>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6582 >   จุดบอดด้านสวัสดิการสังคม จะเล่าถึงความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ลองพิจารณาดูอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนไร้บ้านชาวต่างชาติใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เป็นต้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา ป้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแก่ชาวต่างชาติใน แดซานดง จังหวัดบูชอน มาที่ศูนย์ของเราและขอร้องให้ช่วยเหลือ มีชาวต่างชาติที่อยู่บ้านคนเดียวและไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อไป ถ้าเขาเสียชีวิตจะทำอย่างไร จึงได้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักสวัสดิการและศูนย์ให้บริการประชาชนประจำหมู่บ้าน แต่ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกล่าวว่า “น่าเสียดาย เพราะเป็นชาวต่างชาติจึงไม่มีทางช่วยได้” จากนั้นพวกเขาก็พิมพ์แผนที่ของศูนย์โกลบอลคยองกีให้ และบอกให้ลองไปที่นั่นดู  ดังนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากป้าเจ้าของบ้านเล่าตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รีบเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันที ในบ้านหลังนั้นมีนายยูนโม (ชาย,อายุ 62 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่อาศัยอยู่ตามลำพัง,เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองอุดตันจึงทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้  ศูนย์โกลบอล      คยองกีได้ระดมทุนฉุกเฉินในทันทีและมอบเงิน 1.27 ล้านวอนในรอบแรก หลังจากนั้นประมาณสามเดือน ก็ช่วยเหลือเงินอีก 570,000 วอน แต่เนื่องจากไม่สามารถที่จะช่วยเหลือต่อได้อีก จึงได้ติดต่อไปที่สำนักสวัสดิการและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดรับรู้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถให้ความสนใจได้อีก                                                                                         หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคม ปี 2020 เขาโทรมาอีกครั้ง และพูดว่า"ช่วยด้วย" ซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง  แต่ว่าในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ขององค์กรเรา ก่อนที่จะวางสายเราได้พูดขึ้นว่า "ได้โปรดขอความช่วยเหลือจากสถานที่อื่นที่แจ้งไปแล้ว" หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาคนไร้ที่อยู่ชาวจีน ได้เห็นรูปแบบและการตอบสนองของหน่วยงานราชการ ทำให้นึกถึงเพื่อนร่วมชาติชาวจีนใน แดซานดง ในปี 2019  จึงได้โทรสอบถามกับป้าเจ้าของบ้านเช่าเพื่อสอบถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทราบว่าเพื่อนร่วมชาติชาวจีน นายยูนโม ได้เสียชีวิตแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา                                                        ในตอนนั้นผมรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าผมได้ฆ่าเขาให้ตายอย่างงั้น                                                                                            เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ ที่บอกว่า "ได้โปรดช่วยด้วย" หากในตอนนั้นได้ไปหาเขาและตรวจดูอาการของเขาอีกครั้งและดำเนินการบางอย่าง เขาคงไม่เสียชีวิตเร็วขนาดนี้  ผมได้แนะนำเขาให้กับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสวัสดิการสังคมท้องถิ่นไปแล้วจึงคิดว่า 'คงไม่น่าจะมีอะไร' แต่เมื่อผมได้ยินเรื่องราวจากป้าเจ้าของบ้านเช่าเล่าว่า "ทางองกรค์ได้นำอาหารและของกินอื่นๆไปให้อยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย คาดว่าเขาน่าจะอดตาย"   ถึงแม้จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่ไร้ที่อยู่ ตามสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังไม่สามารถหาที่ไปได้   ในที่สุดศูนย์โกลบอลคยองกี ได้แนะนำให้พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในวันที่ 21 และในวันที่ 22 พวกเขาได้รับการตรวจ MRI และได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และสมัครระดับการพักฟื้นที่องค์กรประกันสุขภาพสาธารณะ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในสถานพักฟื้นได้ ในระหว่างการพิจารณาระดับของการพักฟื้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนฉุกเฉินเพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเองสำหรับค่าเข้าพักในสถานที่พักฟื้นได้ ท้ายที่สุดแล้วผมต้องการถามว่าองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการจัดการแบบเงียบๆ แต่ตอนนี้คิดว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยการยื่นคำเรื่อง ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการผ่านรายงานแห่งชาติ และมีการวางแผนที่จะรายงานไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและจัดทำประชามติอย่างจริงจัง                                                                                                                          ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมกับจุดบอดของสวัสดิการสังคม มีหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีเนื่องจากความผิดของฝ่ายสามี และอยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม หญิงผู้อพยพรายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีน และอาศัยอยู่ตามลำพังหลังจากการหย่าร้าง แต่สุขภาพของเธอไม่ค่อยจะดีและไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เธอไม่สามารถชำระค่าเช่าเดือนละ 400,000 วอนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ ด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยทำให้เธอทำงานนอกเวลาได้เพียงแค่สองสามวันเพื่อหาเงิน แต่เงินที่ได้มาก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่ค้างชำระรวมไปถึงค่าเช่ารายเดือนด้วย หญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสชาวจีนรายนี้ กำลังยอมแพ้เพราะต้องทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามาหลายปีแล้ว และมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกถึงกรณีของแม่และลูกสาวสามคนในซงพากู และการเสียชีวิตของแม่และลูกชายผู้หลบหนีออกจากเมืองชาวเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากการอดอาหาร ในกวานอักกู  เมื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐานที่ศูนย์ให้บริการประชาชนในท้องถิ่น และ 129 คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงสวัสดิการและอนามัย ซึ่งพวกเขากล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเงิน  การมีสิทธ์ในการรับเงินนั้น บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติหรือมีลูกโดยกำเนิดจากการแต่งงานกับคนเกาหลีและกำลังอยู่ในระหว่างการเลี้ยงดูบุตร ผมได้ถามว่าหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรส ที่หย่าร้างด้วยเหตุผลที่คนเกาหลีเป็นฝ่ายผิด ควรได้รับสิทธิ์ในการรับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน แต่พวกเขายังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนนกแก้วที่ และบอกว่าไม่มีข้อความระบุไว้ในคู่มือ และบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของผู้อพยพเอง ความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ซงอินซอน ประธานโกลบอลเซ็นเตอร์คยองกีโด องค์กรนิติบุคคล / www.1412.co.kr / 010-2756-3229
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-08-07
  • คำแนะนำสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่ต้องการหางานที่ดีกว่า,การผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1
      เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายนถึงวันที่ 21เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา(บ.หุ้นส่วนจำกัด) พาพาย่า สตอรี่ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สำนักข่าวหลากหลายวัฒนธรรมคยองกีโด ได้ดำเนินการคัดเลือกพนักงาน. พาพาย่าสตอรี่ได้มีการวางแผนให้บริการแพลตฟอร์มด้านข้อมูลทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมโดยให้บริการด้านภาษา ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน เวียดนาม,รัสเซีย และไทย มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 61 คน คัดเลือกโดยผู้รับผิดชอบ ที่เหลือทั้งหมด 4 ภาษายกเว้นภาษาอังกฤษ ผู้สมัครแบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาจีน37 คน, ภาษาเวียดนาม15คน, ภาษารัฐเซีย 7 คน และภาษาไทย2 คน.ในรอบการพิจารณาเอกสาร รอบที่ 1 มีคนตกรอบ 46 คน และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ในรอบที่ 2 จำนวน 15 คน. และในที่สุด 4 คนก็ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย อยากจะกล่าวถึงประสบการณ์ในฐานะคณะกรรมการตัดสิน ในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หางานชาวต่างชาติที่ต้องการหางานที่ดีกว่า   การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 นั้น จะเป็นด่านแรกที่ผู้หางานทุกคนในเกาหลี ต้องผ่านคือการพิจารณาว่าผู้หางานมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ประเภทใด แน่นอนว่า ถ้าคุณเคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และประวัติการศึกษาที่ตรงตามสายงาน งานที่พนักงานได้รับมอบหมายให้ทำที่ พาพาย่าสตอรี่คืองานแปลซึ่งถือเป็นงานหลัก รองลงมาก็คือ บริการให้คำปรึกษา,การดูแลกระทู้และการดูแลระบบสมาชิก เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านล่ามและการแปล จึงผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศบ้านเกิด แต่คุณจะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ไปได้หากคุณไม่มีประวัติการศึกษาหรือทำงานในเกาหลี ตัวอย่างเช่น หลังจากจบการศึกษาระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในประเทศบ้านเกิดหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสA ทำงานด้านล่ามและการแปลเป็นเวลาสองปีในบริษัทเกาหลี แต่ว่าไม่มีประวัติการทำงานในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ในกรณีของหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาที่หลากหลายผ่านศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ทำงานด้านอาสาสมัครในชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากดังนั้นผู้สมัคร A ที่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร แน่นอนว่าหากผู้สมัคร A มีประสบการณ์การทำงานอย่างโชกโชนในเกาหลี เธออาจจะผ่านการคัดเลือก แต่เธอไม่ได้ระบุประสบการณ์ในการทำงานอื่นๆลงไปเลย แต่ถึงแม้ว่าจะมากด้วยประสบการณ์ในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารไปได้ ผู้สมัคร B ถึงแม้เขาจะโอ้อวดว่ามีประสบการณ์ในเกาหลีในฐานะผู้สอนภาษาจีน,ผู้สอนภาษาเกาหลี,ล่ามนำเที่ยว, เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มการจ้างงาน และอื่นๆแต่ไม่มีการระบุในใบประวัติส่วนบุคคลว่าเขาเรียนโรงเรียนอะไร และเรียนอะไร ผู้สมัครท่านนี้ควรระบุไว้ในหนังสือแนะนำตัว ว่าถึงแม้จะมีวุฒิการศึกษาแต่เพราะเหตุใดถึงไม่ได้ระบุลงในประวัติส่วนบุคคล หรือเพราะเหตุใดจึงไม่มีวุฒิการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครพึงระวังในการเขียนหนังสือแนะนำตัวและ ประวัติส่วนบุคคลคือ ไม่ควรพิมพ์ผิด ผู้สมัคร C ส่งใบประวัติส่วนบุคคลโดยสะกดจาก'ฮยอนแดคอนซอล' เป็น 'ฮยอนแดคอลซอน' ซึ่งทำให้กรรมการผู้ตัดสินมึนงงกันพักใหญ่เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร เช่นกันกับผู้สมัคร D ที่ถึงแม้ว่าเค้าจะมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์อันดีเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสารไปได้ เนื่องจากมีการพิมพ์ผิดมากเกินไป ผู้สมัครรายนี้สะกดจาก'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติคยองกีโด' เป็น 'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติ คย็อกกีโด' และ 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนระหว่างประเทศ' เป็น 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนขั้นสูง' นอกจากนี้ในหนังสือแนะนำตนเอง ยังมีการพิมพ์ผิดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'ไปเรียนต่อต่างประทอศ' (ไปเรียนต่อต่างประเทศ) 'แปลหนังเสือ' (แปลหนังสือ) 'สิ่งที่ฉันเราเขียน' (สิ่งที่พวกเราเขียน) และ 'ออกมามา' (ออกมา)เป็นต้น มีการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานที่ต้องทำการแปลเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพิมพ์ผิดในลักษณะนี้ จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ดังนั้น ชาวต่างชาติที่เขียนประวัติส่วนบุคคลและหนังสือแนะนำตนเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อผิดพลาดในเอกสารของตนผ่านทางครอบครัว หรือ ศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติ หรือศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ยกเว้นผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ในรอบที่ 1  ผู้สมัคร E มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในด้านล่ามหรืองานแปล หรือกิจกรรม ด้านสังคมท้องถิ่น แต่ก็ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารนั่นเพราะว่าเขาสอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับประถมม.ต้นและม.ปลายในเกาหลีทั้งหมด เนื่องจากกรรมการตัดสินทราบดีว่า การที่หญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส สอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในเกาหลีทั้งหมดนั้นยากเพียงใด เพียงแค่ผ่านการทดสอบความถนัดระดับประถม ม.ต้น และม.ปลาย ก็เห็นได้ถึงความพยายามและความจริงใจของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้ จริงอยู่ที่, ในกรณีของผู้สมัครชาวจีนอาจมีด้านที่ไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีทั้งประสบการณ์และวุฒิการศึกษา แต่ด้วยความที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงมีบางกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ภาษาจีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง,ปริญญาโท.เอก ,มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และคะแนน TOEIC ในระดับสูง ฯลฯ เป็นต้น 김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-08-05
  • สตรีผู้อพยพจากการแต่งงานในคยองกีโด สนับสนุนผู้หญิงที่ดีขึ้นเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น
    <사진 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6501>   การสรรหากิจกรรมสำหรับ 'การดูแลสตรีคยองกี'   จังหวัดคยองกีกำลังสรรหานักเคลื่อนไหวในแต่ละสาขาของ 'การดูแลสตรีคยองกี' ภายในวันที่ 25 เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและเผยแพร่นโยบายและวัฒนธรรมความเท่าเทียมทางเพศ ศูนย์วิชั่นสตรีคยองกีวางแผนที่จะแบ่งการปกครองสตรีคยองกีออกเป็น 4 ด้าน (เครือข่าย)  ▲เครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง (นักเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของสตรี) ▲เครือข่ายนักเคลื่อนไหวหญิง (กลุ่มรากหญ้าเล็กๆ ในจังหวัด สมาชิกในชุมชนหมู่บ้าน) ▲เครือข่ายแพลตฟอร์มหญิง (กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง สมาชิกแพลตฟอร์มเริ่มต้น) ▲ 2030 Network (คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี) เป็นต้น นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อปรับปรุงการรับรู้เรื่องเพศสภาพและศักยภาพของนโยบาย นอกจากนี้ พวกเขายังดำเนินกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการค้นพบนโยบายโดยใช้การติดตามและสำรวจ ตลอดจนบทบาทการสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหาร สภา และผู้อยู่อาศัย และได้รับเงินช่วยเหลือเล็กน้อยตามกิจกรรมของพวกเขา วิธีการคัดเลือกตามสาขาขึ้นอยู่กับเครือข่ายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง ในกรณีนี้ การคัดเลือกจะทำโดยไม่มีกระบวนการคัดกรองแยกตามคำแนะนำตามเมืองและเขต สำหรับ 3 สาขาที่เหลือ พลเมืองที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่มจะได้รับใบสมัคร และการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะทำผ่านการตรวจเอกสาร จำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยแต่ละสาขามีประมาณ 50 คน ระยะเวลารับสมัครทั้ง 3 สาขาที่จะคัดเลือกผ่านการคัดกรองเอกสาร ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ Gyeonggi Women's Vision Center (https://www.gg.go.kr/woman) และส่งไปยังบุคคลที่รับผิดชอบทางอีเมลหรือสมัครทางออนไลน์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อศูนย์วิสัยทัศน์สตรีคยองกี (031-808-8013) การศึกษาลักษณะนิสัยสำหรับผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครอง จังหวัดคยองกีจะดำเนินการศึกษาลักษณะนิสัย 'พ่อแม่ที่แท้จริงคยองกี-โด' สำหรับผู้ปกครองและผู้ปกครองที่คาดหวังในจังหวัดจนถึงเดือนกันยายน การศึกษานี้ซึ่งจัดโดยศูนย์ดูแลเด็กตอนเหนือของคยองกีโดจะจัดขึ้นที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 18 แห่งในฮวาซอง และซีฮึงในจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอที่เรียกว่าซูม(zoom)  อย่างไรก็ตาม ศูนย์รับเลี้ยงเด็กบางแห่งยังมีการศึกษาแบบตัวต่อตัว การศึกษาคือ หน้าที่ของพ่อแม่▲ ความเข้าใจของเด็ก (อุปนิสัยและความผูกพัน)▲ ประกอบด้วยการบรรยายทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก (การแนะแนวพฤติกรรมปัญหา) ระยะเวลาการฝึกอบรมต่อการบรรยายประมาณ 120 นาที การบรรยายที่เริ่มในเดือน พฤษภาคม ของปีนี้จะเริ่มในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมหลังจากครึ่งแรก (นักเรียน 223 คนเสร็จสมบูรณ์) ผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครองของทารกและเด็กวัยหัดเดินที่ต้องการสมัครเพื่อการศึกษาสามารถสมัครได้หลังจากตรวจสอบตารางการศึกษาที่ศูนย์ดูแลเด็ก 18 แห่งที่กำหนดเป้าหมายเพื่อการศึกษา ในขณะเดียวกัน หลักสูตรคุณสมบัติการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้ปกครองที่แท้จริงในคยองกีโดเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับเลือกในการประกวดแนวคิดการศึกษาอุปนิสัยสำหรับทารก (ข้อเสนอนโยบาย)
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-07-19
  • “ใช้ระบบวีซ่าใหม่เพื่อประกันแรงงานต่างชาติที่ยอดเยี่ยม”
    <사진 기획재정부> <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6487>   รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะลดอุปสรรคในการเข้าประเทศ เช่น การออกวีซ่า เพื่อให้ผู้มีความสามารถจากต่างประเทศที่ยอดเยี่ยมสามารถตั้งรกรากในเกาหลีและมีส่วนร่วมในสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ เป้าหมายของการ์ดการเรียนรู้แห่งชาติในวันพรุ่งนี้จะขยายออกไปเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการทำงานเมื่อจำเป็น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  Hong Nam-ki ได้รับตำแหน่งรัฐบาลเป็นประธานรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการเงินที่ศูนย์ราชการกรุงโซล 'ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และ ทิศทางการตอบสนอง' และ 'มาตรการใช้แรงงานต่างด้าวในยุคที่ประชากรลดลง' หารือและประกาศมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น รัฐบาลคาดการณ์ว่าความเสี่ยงด้านประชากรหลัก 3 ประการจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การลดลงของจำนวนประชากร การสูญพันธุ์ในภูมิภาค และสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงหลัก 3 ประการจึงคาดว่าจะทำให้เกิดความตกใจครั้งใหญ่โดยทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลี โดยเน้นถึงความสำคัญของการตอบสนองแบบเอารัดเอาเปรียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประการแรกรัฐบาลกลัวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะซบเซาเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีอ่อนแอลงเมื่อ ประชากรวัยทำงานลดลง และสิ่งนี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาแรงงาน ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้สูงอายุในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดอุปสรรคในการเข้าประเทศเพื่อให้กำลังคนต่างชาติที่ดีเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทบทวนการขยายเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานของตนที่โรงเรียนได้นานเท่าที่ต้องการ และขยาย 'บริการครบวงจรสำหรับการดูแลตลอดวัน' เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเลือกและ ใช้บริการดูแลที่พวกเขาต้องการที่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลครอบครัวที่มีเด็กประถมโดยการปรับปรุงบริการดูแลที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับชั่วโมงเรียนปกติที่สั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง โดยจะพิจารณาขยายชั่วโมงการศึกษาด้วย เช่น การเสริมทักษะทางวิชาการขั้นพื้นฐาน ศิลปะการแสดง และกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน และการเล่นฟรี ขยายระบบวีซ่าแรงงานต่างด้าว เพื่อกระตุ้นการไหลเข้าของพรสวรรค์จากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของกำลังแรงงาน การออกวีซ่าที่อยู่อาศัย (F-2) สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะขยายออกและวีซ่าทำงานระยะไกลสำหรับความสามารถต่างประเทศที่มีไอที และ จะมีการขยายเทคโนโลยีไฮเทคที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ จึงตัดสินใจอนุญาตให้พำนักระยะยาวในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการตัดสินใจที่จะแนะนำวิธีการเชิงลบสำหรับการออกวีซ่าทำงานในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดี เป็นการขยายระยะเวลาการออกวีซ่าโดยเปลี่ยนจากวิธีการกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่า (วิธีบวก) เป็นวิธีการออกวีซ่าสำหรับวีซ่าทุกประเภทหากไม่ได้รับการยกเว้น (วิธีเชิงลบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าวที่ทำงานมาเป็นเวลานานในบริษัทในประเทศที่มีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ใช่อาชีพ (E-9) และวีซ่าเยี่ยมเยียน (H-2) มีสิทธิ์ได้รับการพำนักระยะยาวหากพวกเขามีรายได้ต่อปีและมีความสามารถทางเทคนิค . มีการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็น '-4)' คาดว่าจะง่ายขึ้นมากสำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ใช่มืออาชีพในการเปลี่ยนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมโครงการนำร่องวีซ่าเฉพาะภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังแรงงานของรัฐบาลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-07-19

실시간 ภาษาไทย 기사

  • จุดบอดของสวัสดิการโควิด...คุ้มครองโดยโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคมอย่างแน่นหนา
    <자료 한국에너지공단>   <한국어 : http://danews.kr/news/view.php?no=6760>   เมื่อภัยพิบัติทางสังคมเกิดขึ้นจุดบอดด้านสวัสดิการก็จะเกิดขึ้นด้วย กลุ่มเปราะบาง เช่น ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่มีที่ฝากบุตร, เด็กที่ไม่ได้รับการคุ้มครองในโรงเรียน และคนเร่ร่อน ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ   รัฐบาลมีแผนที่จะขยายโครงการบัตรกำนัลพลังงาน เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าร่วมโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคม เพิ่มงบประมาณเงินค่าอาหารสำหรับเด็กที่ขาดสารอาหารและกำจัดจุดบอดของสวัสดิการด้วยการฉีดวัคซีนให้เหมาะสมกับบุคคล อย่างแน่นหนา ◆ บัตรกำนัลพลังงาน(Energy Voucher)  ชเวมีฮยาง(นามสมมุติุวัย 48 ปี) ที่สูญเสียสามีจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วกับลูกอีกสามคนที่เหลือ หมดความหวังในชีวิต เธอได้รับเคราะห์ซ้ำซ้อนเนื่องมาจากโควิด19 ทั้งตกงานระยะสั้นและจนกระทั่งเป็นโรคซึมเศร้า ชเวกล่าวว่า “เธอต้องเริ่มแก้ปัญหาตั้งแต่ค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สตอนนี้” 'บัตรกำนัลพลังงาน'ที่ศูนย์บริหารสวัสดิการแนะนำให้เธอนั้นช่วยเหลือเธอได้ และ “การเห็นเด็กๆ ใช้น้ำร้อนในฤดูหนาวและรับลมจากพัดลมในฤดูร้อน ทำให้เธอตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อมีชีวิตอยู่” บัตรกำนัลพลังงานกลายเป็นจุดประกายความหวังเล็กๆ สำหรับผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากดังเช่นคุณชเว รัฐบาลยังได้ขยายโครงการบัตรกำนัลพลังงานเพื่อแบ่งเบาภาระของกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ลดลงเนื่องมาจากโควิด19       ที่ดำเนินมาอย่างยืดเยื้อ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ปีนี้มาตรฐานผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินค่าเลี้ยงดูในการดำรงชีวิตได้ถูกยกเลิก  ทำให้สามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการทำความเย็น·ความร้อนสำหรับครัวเรือนที่เพิ่มใหม่187,000ครัวเรือน ที่มีสิทธิ์ได้รับบัตรกำนัล ดังนั้น ในกลุ่มผู้ได้รับเงินในการดำรงชีพและสวัสดิการทางการแพทย์ (40% ของรายได้เฉลี่ยหรือน้อยกว่า) ภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคงในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานแห่งชาติ ผู้สูงอายุ,คนพิการ,ทารก, สตรีมีครรภ์,ผู้ที่มีโรคร้ายแรง·หายาก·รักษายาก,ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว,และครอบครัวที่มีเด็กชายและเด็กหญิง (รวมถึงเด็กที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู) สามารถรับสิทธิประโยชน์จากบัตรกำนัลพลังงานได้ จำนวนเงินช่วยเหลือขึ้นอยู่กับจำนวนครอบครัวในการจดทะเบียนผู้อยู่อาศัย จำนวนเงินช่วยเหลือแบ่งออกเป็นฤดูร้อนและฤดูหนาวตามจำนวนครอบครัวในการจดทะเบียนผู้อยู่อาศัย ครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน เหมือนคุณชเว สามารถรับเงินในฤดูร้อน 15,000 วอน และในฤดูหนาว 176,000 วอน บัตรกำนัลพลังงานในฤดูร้อน สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน และในฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 เมษายน 2022 สามารถเข้าไปสมัครได้ที่ศูนย์บริหารสวัสดิการ ในเขตอึบ·มย็อน·ดง ตามทะเบียนบ้านหรือทางออนไลน์ที่ พกจีโร(online.bokjiro.go.kr) เจ้าหน้าที่ของรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า "จะประชาสัมพันธ์อย่างกระตือรือร้นเพื่อ ไม่ให้เกิดจุดบอดที่ไม่สามารถสมัครบัตรกำนัลพลังงานอันเนื่องมาจากไม่ทราบถึงประโยชน์ของระบบนี้" ◆ เงินค่าอาหารสำหรับเด็กที่ขาดสารอาหาร มีเด็กจำนวนมากขึ้นที่ไม่สามารถได้รับอาหารอย่างที่ควรจะเป็นอันเนื่องมาจากโควิด19ที่ดำเนินมาอย่างยืดเยื้อ รัฐบาลจึงได้เพิ่มงบประมาณค่าอาหารสำหรับเด็กที่ขาดสารอาหารในช่วงปิดเทอม ส่งผลให้เด็กประมาณ 86,000 คน ที่ขาดสารอาหารจะได้รับค่าอาหาร 5,800 วอนต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน(20 วันต่อเดือน) ผู้ได้รับการช่วยเหลือที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน,ผู้ที่ทำงานแต่มีรายได้ต่ำ, เด็กในครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว,เด็กที่น่าเป็นห่วงหรือตรวจพบว่าขาดสารอาหาร และเด็กที่ใช้โครงการสวัสดิการเด็ก (ศูนย์เด็กท้องถิ่น,พื้นที่สวัสดิการ)เป็นต้น สามารถสมัครได้หลายวิธี ทางออนไลน์(พกจีโร) โดยเข้าไปที่ศูนย์ให้บริการประชาชน ในเขตอึบ·มย็อน·ดง ได้ด้วยตนเอง หรือทางโทรศัพท์,อีเมล หรือไปรษณีย์ เป็นต้น แหล่งที่มา ข้อสรุปนโยบาย
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-09-09
  • เมื่อผ่านไป 14 วันนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนในประเทศ จะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อกลับเข้ามาใหม่หลังจากออกนอกประเทศ
    มีความสนใจมากขึ้น ว่าชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาในเกาหลี หลังจากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังการฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการยกเว้น การกักตัวหรือไม่   ได้รับการยกเว้นการกักตัวภายหลังการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหมายถึง บุคคลที่ได้รับวัคซีนผ่านไปแล้ว 14 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ของวัคซีนที่ต้องฉีด 2 ครั้ง หรือ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียว หากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกลับเข้ามาในประเทศเกาหลี อีกครั้ง เกณฑ์สำหรับการยกเว้นการกักตัวคือ เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น ณ วันที่เข้าประเทศหรือไม่   เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดังนั้น หากฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน และกลับไปเยือนบ้านเกิด หลังจากนั้นกลับเข้าเกาหลีอีกครั้งในวันที่ 16 กันยายน จะได้รับการยกเว้นการกักตัว อย่างไรก็ตาม หากเข้าประเทศก่อนวันที่ 15 จำเป็นต้องกักตัว   วิธีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนทำได้อย่างไร? มี 3 วิธีในการพิสูจน์การฉีดวัคซีนของตนเอง ได้แก่ ▲ออนไลน์ ▲โทรศัพท์มือถือ▲และสติ๊กเกอร์บัตรประจำตัว *สำหรับวิธีการออนไลน์ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (https://nip.kdca.go.kr/irgd/civil.do?MnLv1=1)หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบ,ยืนยันตนเอง,หลังจากนั้นพิมพ์ ใบรับรองแบบกระดาษ   ‚วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘COOV’ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ƒสำหรับวิธีการติดสติกเกอร์ที่บัตรประจำตัว สามารถไปที่ ตำบล.เขตการปกครอง.แขวง ศูนย์สวัสดิการบริหาร และรับสติกเกอร์รับรองการฉีดวัคซีนและสามารถออกใบรับรองแบบกระดาษได้ด้วย   ทำการทดสอบ PCR หรือไม่? ผู้ที่เข้าประเทศหลังจากเดินทางออกนอกประเทศจะต้องผ่านการทดสอบวินิจฉัยการขยายตัวของยีน (PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จำนวนการตรวจ วินิจฉัยจึงเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 ครั้ง   ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีจะต้องผ่านการทดสอบ PCR ก่อนเข้าประเทศเกาหลี และส่งใบรับรองการทดสอบที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง และรับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ศูนย์สาธารณสุขในท้องถิ่น ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศ และจะต้องผ่านการทดสอบ ครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 6 ~7 หลังจากเข้าประเทศแล้ว จำเป็นต้องรอที่บ้านจนกว่าจะได้รับการยืนยันผลเป็นลบ และแอพฯกักตัวที่ติดตั้ง ในตอนเข้าประเทศจะต้องถูกลบหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นลบโดยสมบูรณ์   แม้ว่าจะให้การยืนยัน PCR ผลเป็นลบ เมื่อเข้าประเทศ แต่อาจถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อในทันที หากการทดสอบ ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศและในวันที่ 6 ถึง 7 ผลเป็นบวก การตรวจสอบแบบธรรมดาได้รับการยืนยันผลเป็นลบ 3 ครั้ง การกักตัวจะถูก ยกเลิกหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป 14 วัน หลังจากวันที่เข้าประเทศ   ควอน จุนอุก หัวหน้าสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 27 ว่า "เพื่อความสะดวกของผู้เข้าเดินทางเข้าประเทศและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร เกณฑ์การยกเว้นการกักตัวจะเปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าประเทศเกาหลี 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะช่วยเสริมการปิดกั้นการแพร่เชื้อในชุมชนที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการโดยการเพิ่มการทดสอบ PCR ในวันแรก หลังจากเข้าประเทศ เพื่อระบุผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น”  김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-09-02
  • “บุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติก็สามารถได้รับเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน”
    <자료 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6589 >   คยองกีโด กำลังรับสมัคร 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021' ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน' นั้น ได้นำเข้าโครงการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าโดยสารของเยาวชน อายุ 13-23 ปีในคยองกีโด ซึ่งมีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ, เนื่องจากราคาค่าโดยสารในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารในครั้งนี้ ประกอบด้วยรูปแบบการคืนเงินค่าโดยสารผ่านทางบัตรเงินสดท้องถิ่น ในวงเงินสูงสุด 60,000 วอน(120,000 วอนต่อปี)  ตามการใช้จ่ายจริงให้กับเยาวชนที่ใช้รถบัสคยองกี(ในเมือง/หมู่บ้าน) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนี้ เส้นทางการจราจรที่เป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือ ได้แก่ รถโดยสารประจำทางในคยองกีโด (ปกติ, เมืองใหญ่, Mบัส, รอบเมืองคยองกี) และรถบัสในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงการใช้รถไฟฟ้า(รถไฟฟ้าใต้ดิน)และรถบัสอินชอน•โซล/อินชอน และการเปลี่ยนรถภายใน 30 นาทีก่อนและหลังการใช้รถบัสในเมือง•หมู่บ้านคยองกีโด (ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:00 น.จนถึง 7:00 น. ของวันถัดไป ) สามารถสมัครขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม เพียงแค่ลงทะเบียนสมาชิก 'ทางโฮมเพจ การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในคยองกีโด (www.gbuspb.kr)' อันดับแรก ในการสมัครสมาชิกใหม่จะต้องลงทะเบียนใบรับรองสาธารณะเพื่อยืนยันการอาศัยอยู่ในจังหวัด หลังจากนั้นลงทะเบียน "หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น" เพื่อขอรับเงินคืน และ "หมายเลขบัตรโดยสาร" ที่ใช้งานอยู่                      สำหรับสมาชิกเดิมที่เข้าร่วมมานานกว่า 10 เดือน หลังจากล็อคอิน หากบัตรเงินสดท้องถิ่นของบัตรโดยสารไม่มีปัญหาอะไร สามารถสมัครใหม่ได้โดยการยืนยันที่อยู่ผ่านทางใบรับรองสาธารณะ เพียงแต่ในกรณีที่มีการใช้บัตรโดยสารใหม่อันเนื่องมาจากการสูญหาย และอื่นๆ เช่น การเพิ่มเติมข้อมูลในบัตรที่ลงทะเบียบ(บัตรโดยสาร) หรือการแก้ไข(บัตรเงินสดท้องถิ่น) สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมน้อยกว่า 10 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่อยู่ผ่านใบรับรองสาธารณะ  'หมายเลขบัตรโดยสาร'แบบสองระบบนั้น สามารถลงทะเบียนกับบัตรโดยสารแบบเติมเงิน (T-money, cashbee ฯลฯ) หรือสามารถลงทะเบียนบัตรโดยสารแบบรายเดือนภายใต้ชื่อตนเอง ไม่สามารถสมัครบัตรโดยสารแบบรายเดือนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นหรือชื่อของพ่อแม่ได้ ต้องสมัคร 'หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น' โดยใช้ชื่อตนเอง,เด็กอายุ 13 ปีที่ไม่มีบัตรเงินสดท้องถิ่นหรือ เยาวชนที่มีปัญหาในการออกบัตรเงินสดท้องถิ่นเนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของตนเอง สามารถสมัครได้โดยใช้หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่นของเจ้าบ้านหรือของพ่อแม่ คยองกีโดต้องการให้เยาวชนจำนวนมากได้รับผลประโยชน์ จึงได้ดำเนินการผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคยองกี ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารโรงเรียนผ่านทางโทรศัพท์โดยมีเนื้อหาของวิธีการสมัครอยู่ในนั้น, และกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยใช้ G-Bus TV, โฮมเพจของจังหวัด•เมือง•อำเภอ, บล็อก, SNS และติดป้ายประกาศบนถนนสายหลัก เป็นต้น การจ่ายค่าโดยสารสำหรับเยาวชนนั้นจะพิจารณาจากเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้าน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติหรือบุตรของคู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ร้องขอให้บันทึกการลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้านแต่ละครัวเรือน ก็สามารถรับเงินได้  นอกเหนือจากการช่วยเหลือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถตรวจสอบได้ที่โฮมเพจ การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด (www.gbuspb.kr), หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด คอลเซ็นเตอร์(1577-8459)
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-08-07
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม ,จะมองข้ามกันไปถึงเมื่อไหร่
    <사진 경기글로벌센터>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6582 >   จุดบอดด้านสวัสดิการสังคม จะเล่าถึงความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ลองพิจารณาดูอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนไร้บ้านชาวต่างชาติใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เป็นต้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา ป้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแก่ชาวต่างชาติใน แดซานดง จังหวัดบูชอน มาที่ศูนย์ของเราและขอร้องให้ช่วยเหลือ มีชาวต่างชาติที่อยู่บ้านคนเดียวและไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อไป ถ้าเขาเสียชีวิตจะทำอย่างไร จึงได้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักสวัสดิการและศูนย์ให้บริการประชาชนประจำหมู่บ้าน แต่ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกล่าวว่า “น่าเสียดาย เพราะเป็นชาวต่างชาติจึงไม่มีทางช่วยได้” จากนั้นพวกเขาก็พิมพ์แผนที่ของศูนย์โกลบอลคยองกีให้ และบอกให้ลองไปที่นั่นดู  ดังนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากป้าเจ้าของบ้านเล่าตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รีบเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันที ในบ้านหลังนั้นมีนายยูนโม (ชาย,อายุ 62 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่อาศัยอยู่ตามลำพัง,เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองอุดตันจึงทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้  ศูนย์โกลบอล      คยองกีได้ระดมทุนฉุกเฉินในทันทีและมอบเงิน 1.27 ล้านวอนในรอบแรก หลังจากนั้นประมาณสามเดือน ก็ช่วยเหลือเงินอีก 570,000 วอน แต่เนื่องจากไม่สามารถที่จะช่วยเหลือต่อได้อีก จึงได้ติดต่อไปที่สำนักสวัสดิการและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดรับรู้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถให้ความสนใจได้อีก                                                                                         หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคม ปี 2020 เขาโทรมาอีกครั้ง และพูดว่า"ช่วยด้วย" ซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง  แต่ว่าในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ขององค์กรเรา ก่อนที่จะวางสายเราได้พูดขึ้นว่า "ได้โปรดขอความช่วยเหลือจากสถานที่อื่นที่แจ้งไปแล้ว" หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาคนไร้ที่อยู่ชาวจีน ได้เห็นรูปแบบและการตอบสนองของหน่วยงานราชการ ทำให้นึกถึงเพื่อนร่วมชาติชาวจีนใน แดซานดง ในปี 2019  จึงได้โทรสอบถามกับป้าเจ้าของบ้านเช่าเพื่อสอบถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทราบว่าเพื่อนร่วมชาติชาวจีน นายยูนโม ได้เสียชีวิตแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา                                                        ในตอนนั้นผมรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าผมได้ฆ่าเขาให้ตายอย่างงั้น                                                                                            เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ ที่บอกว่า "ได้โปรดช่วยด้วย" หากในตอนนั้นได้ไปหาเขาและตรวจดูอาการของเขาอีกครั้งและดำเนินการบางอย่าง เขาคงไม่เสียชีวิตเร็วขนาดนี้  ผมได้แนะนำเขาให้กับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสวัสดิการสังคมท้องถิ่นไปแล้วจึงคิดว่า 'คงไม่น่าจะมีอะไร' แต่เมื่อผมได้ยินเรื่องราวจากป้าเจ้าของบ้านเช่าเล่าว่า "ทางองกรค์ได้นำอาหารและของกินอื่นๆไปให้อยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย คาดว่าเขาน่าจะอดตาย"   ถึงแม้จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่ไร้ที่อยู่ ตามสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังไม่สามารถหาที่ไปได้   ในที่สุดศูนย์โกลบอลคยองกี ได้แนะนำให้พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในวันที่ 21 และในวันที่ 22 พวกเขาได้รับการตรวจ MRI และได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และสมัครระดับการพักฟื้นที่องค์กรประกันสุขภาพสาธารณะ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในสถานพักฟื้นได้ ในระหว่างการพิจารณาระดับของการพักฟื้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนฉุกเฉินเพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเองสำหรับค่าเข้าพักในสถานที่พักฟื้นได้ ท้ายที่สุดแล้วผมต้องการถามว่าองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการจัดการแบบเงียบๆ แต่ตอนนี้คิดว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยการยื่นคำเรื่อง ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการผ่านรายงานแห่งชาติ และมีการวางแผนที่จะรายงานไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและจัดทำประชามติอย่างจริงจัง                                                                                                                          ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมกับจุดบอดของสวัสดิการสังคม มีหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีเนื่องจากความผิดของฝ่ายสามี และอยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม หญิงผู้อพยพรายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีน และอาศัยอยู่ตามลำพังหลังจากการหย่าร้าง แต่สุขภาพของเธอไม่ค่อยจะดีและไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เธอไม่สามารถชำระค่าเช่าเดือนละ 400,000 วอนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ ด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยทำให้เธอทำงานนอกเวลาได้เพียงแค่สองสามวันเพื่อหาเงิน แต่เงินที่ได้มาก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่ค้างชำระรวมไปถึงค่าเช่ารายเดือนด้วย หญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสชาวจีนรายนี้ กำลังยอมแพ้เพราะต้องทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามาหลายปีแล้ว และมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกถึงกรณีของแม่และลูกสาวสามคนในซงพากู และการเสียชีวิตของแม่และลูกชายผู้หลบหนีออกจากเมืองชาวเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากการอดอาหาร ในกวานอักกู  เมื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐานที่ศูนย์ให้บริการประชาชนในท้องถิ่น และ 129 คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงสวัสดิการและอนามัย ซึ่งพวกเขากล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเงิน  การมีสิทธ์ในการรับเงินนั้น บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติหรือมีลูกโดยกำเนิดจากการแต่งงานกับคนเกาหลีและกำลังอยู่ในระหว่างการเลี้ยงดูบุตร ผมได้ถามว่าหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรส ที่หย่าร้างด้วยเหตุผลที่คนเกาหลีเป็นฝ่ายผิด ควรได้รับสิทธิ์ในการรับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน แต่พวกเขายังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนนกแก้วที่ และบอกว่าไม่มีข้อความระบุไว้ในคู่มือ และบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของผู้อพยพเอง ความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ซงอินซอน ประธานโกลบอลเซ็นเตอร์คยองกีโด องค์กรนิติบุคคล / www.1412.co.kr / 010-2756-3229
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-08-07
  • คำแนะนำสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่ต้องการหางานที่ดีกว่า,การผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1
      เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายนถึงวันที่ 21เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา(บ.หุ้นส่วนจำกัด) พาพาย่า สตอรี่ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สำนักข่าวหลากหลายวัฒนธรรมคยองกีโด ได้ดำเนินการคัดเลือกพนักงาน. พาพาย่าสตอรี่ได้มีการวางแผนให้บริการแพลตฟอร์มด้านข้อมูลทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมโดยให้บริการด้านภาษา ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน เวียดนาม,รัสเซีย และไทย มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 61 คน คัดเลือกโดยผู้รับผิดชอบ ที่เหลือทั้งหมด 4 ภาษายกเว้นภาษาอังกฤษ ผู้สมัครแบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาจีน37 คน, ภาษาเวียดนาม15คน, ภาษารัฐเซีย 7 คน และภาษาไทย2 คน.ในรอบการพิจารณาเอกสาร รอบที่ 1 มีคนตกรอบ 46 คน และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ในรอบที่ 2 จำนวน 15 คน. และในที่สุด 4 คนก็ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย อยากจะกล่าวถึงประสบการณ์ในฐานะคณะกรรมการตัดสิน ในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หางานชาวต่างชาติที่ต้องการหางานที่ดีกว่า   การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 นั้น จะเป็นด่านแรกที่ผู้หางานทุกคนในเกาหลี ต้องผ่านคือการพิจารณาว่าผู้หางานมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ประเภทใด แน่นอนว่า ถ้าคุณเคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และประวัติการศึกษาที่ตรงตามสายงาน งานที่พนักงานได้รับมอบหมายให้ทำที่ พาพาย่าสตอรี่คืองานแปลซึ่งถือเป็นงานหลัก รองลงมาก็คือ บริการให้คำปรึกษา,การดูแลกระทู้และการดูแลระบบสมาชิก เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านล่ามและการแปล จึงผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศบ้านเกิด แต่คุณจะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ไปได้หากคุณไม่มีประวัติการศึกษาหรือทำงานในเกาหลี ตัวอย่างเช่น หลังจากจบการศึกษาระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในประเทศบ้านเกิดหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสA ทำงานด้านล่ามและการแปลเป็นเวลาสองปีในบริษัทเกาหลี แต่ว่าไม่มีประวัติการทำงานในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ในกรณีของหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาที่หลากหลายผ่านศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ทำงานด้านอาสาสมัครในชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากดังนั้นผู้สมัคร A ที่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร แน่นอนว่าหากผู้สมัคร A มีประสบการณ์การทำงานอย่างโชกโชนในเกาหลี เธออาจจะผ่านการคัดเลือก แต่เธอไม่ได้ระบุประสบการณ์ในการทำงานอื่นๆลงไปเลย แต่ถึงแม้ว่าจะมากด้วยประสบการณ์ในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารไปได้ ผู้สมัคร B ถึงแม้เขาจะโอ้อวดว่ามีประสบการณ์ในเกาหลีในฐานะผู้สอนภาษาจีน,ผู้สอนภาษาเกาหลี,ล่ามนำเที่ยว, เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มการจ้างงาน และอื่นๆแต่ไม่มีการระบุในใบประวัติส่วนบุคคลว่าเขาเรียนโรงเรียนอะไร และเรียนอะไร ผู้สมัครท่านนี้ควรระบุไว้ในหนังสือแนะนำตัว ว่าถึงแม้จะมีวุฒิการศึกษาแต่เพราะเหตุใดถึงไม่ได้ระบุลงในประวัติส่วนบุคคล หรือเพราะเหตุใดจึงไม่มีวุฒิการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครพึงระวังในการเขียนหนังสือแนะนำตัวและ ประวัติส่วนบุคคลคือ ไม่ควรพิมพ์ผิด ผู้สมัคร C ส่งใบประวัติส่วนบุคคลโดยสะกดจาก'ฮยอนแดคอนซอล' เป็น 'ฮยอนแดคอลซอน' ซึ่งทำให้กรรมการผู้ตัดสินมึนงงกันพักใหญ่เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร เช่นกันกับผู้สมัคร D ที่ถึงแม้ว่าเค้าจะมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์อันดีเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสารไปได้ เนื่องจากมีการพิมพ์ผิดมากเกินไป ผู้สมัครรายนี้สะกดจาก'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติคยองกีโด' เป็น 'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติ คย็อกกีโด' และ 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนระหว่างประเทศ' เป็น 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนขั้นสูง' นอกจากนี้ในหนังสือแนะนำตนเอง ยังมีการพิมพ์ผิดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'ไปเรียนต่อต่างประทอศ' (ไปเรียนต่อต่างประเทศ) 'แปลหนังเสือ' (แปลหนังสือ) 'สิ่งที่ฉันเราเขียน' (สิ่งที่พวกเราเขียน) และ 'ออกมามา' (ออกมา)เป็นต้น มีการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานที่ต้องทำการแปลเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพิมพ์ผิดในลักษณะนี้ จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ดังนั้น ชาวต่างชาติที่เขียนประวัติส่วนบุคคลและหนังสือแนะนำตนเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อผิดพลาดในเอกสารของตนผ่านทางครอบครัว หรือ ศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติ หรือศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ยกเว้นผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ในรอบที่ 1  ผู้สมัคร E มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในด้านล่ามหรืองานแปล หรือกิจกรรม ด้านสังคมท้องถิ่น แต่ก็ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารนั่นเพราะว่าเขาสอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับประถมม.ต้นและม.ปลายในเกาหลีทั้งหมด เนื่องจากกรรมการตัดสินทราบดีว่า การที่หญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส สอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในเกาหลีทั้งหมดนั้นยากเพียงใด เพียงแค่ผ่านการทดสอบความถนัดระดับประถม ม.ต้น และม.ปลาย ก็เห็นได้ถึงความพยายามและความจริงใจของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้ จริงอยู่ที่, ในกรณีของผู้สมัครชาวจีนอาจมีด้านที่ไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีทั้งประสบการณ์และวุฒิการศึกษา แต่ด้วยความที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงมีบางกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ภาษาจีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง,ปริญญาโท.เอก ,มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และคะแนน TOEIC ในระดับสูง ฯลฯ เป็นต้น 김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-08-05
  • สตรีผู้อพยพจากการแต่งงานในคยองกีโด สนับสนุนผู้หญิงที่ดีขึ้นเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น
    <사진 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6501>   การสรรหากิจกรรมสำหรับ 'การดูแลสตรีคยองกี'   จังหวัดคยองกีกำลังสรรหานักเคลื่อนไหวในแต่ละสาขาของ 'การดูแลสตรีคยองกี' ภายในวันที่ 25 เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและเผยแพร่นโยบายและวัฒนธรรมความเท่าเทียมทางเพศ ศูนย์วิชั่นสตรีคยองกีวางแผนที่จะแบ่งการปกครองสตรีคยองกีออกเป็น 4 ด้าน (เครือข่าย)  ▲เครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง (นักเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของสตรี) ▲เครือข่ายนักเคลื่อนไหวหญิง (กลุ่มรากหญ้าเล็กๆ ในจังหวัด สมาชิกในชุมชนหมู่บ้าน) ▲เครือข่ายแพลตฟอร์มหญิง (กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง สมาชิกแพลตฟอร์มเริ่มต้น) ▲ 2030 Network (คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี) เป็นต้น นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อปรับปรุงการรับรู้เรื่องเพศสภาพและศักยภาพของนโยบาย นอกจากนี้ พวกเขายังดำเนินกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการค้นพบนโยบายโดยใช้การติดตามและสำรวจ ตลอดจนบทบาทการสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหาร สภา และผู้อยู่อาศัย และได้รับเงินช่วยเหลือเล็กน้อยตามกิจกรรมของพวกเขา วิธีการคัดเลือกตามสาขาขึ้นอยู่กับเครือข่ายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง ในกรณีนี้ การคัดเลือกจะทำโดยไม่มีกระบวนการคัดกรองแยกตามคำแนะนำตามเมืองและเขต สำหรับ 3 สาขาที่เหลือ พลเมืองที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่มจะได้รับใบสมัคร และการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะทำผ่านการตรวจเอกสาร จำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยแต่ละสาขามีประมาณ 50 คน ระยะเวลารับสมัครทั้ง 3 สาขาที่จะคัดเลือกผ่านการคัดกรองเอกสาร ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ Gyeonggi Women's Vision Center (https://www.gg.go.kr/woman) และส่งไปยังบุคคลที่รับผิดชอบทางอีเมลหรือสมัครทางออนไลน์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อศูนย์วิสัยทัศน์สตรีคยองกี (031-808-8013) การศึกษาลักษณะนิสัยสำหรับผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครอง จังหวัดคยองกีจะดำเนินการศึกษาลักษณะนิสัย 'พ่อแม่ที่แท้จริงคยองกี-โด' สำหรับผู้ปกครองและผู้ปกครองที่คาดหวังในจังหวัดจนถึงเดือนกันยายน การศึกษานี้ซึ่งจัดโดยศูนย์ดูแลเด็กตอนเหนือของคยองกีโดจะจัดขึ้นที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 18 แห่งในฮวาซอง และซีฮึงในจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอที่เรียกว่าซูม(zoom)  อย่างไรก็ตาม ศูนย์รับเลี้ยงเด็กบางแห่งยังมีการศึกษาแบบตัวต่อตัว การศึกษาคือ หน้าที่ของพ่อแม่▲ ความเข้าใจของเด็ก (อุปนิสัยและความผูกพัน)▲ ประกอบด้วยการบรรยายทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก (การแนะแนวพฤติกรรมปัญหา) ระยะเวลาการฝึกอบรมต่อการบรรยายประมาณ 120 นาที การบรรยายที่เริ่มในเดือน พฤษภาคม ของปีนี้จะเริ่มในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมหลังจากครึ่งแรก (นักเรียน 223 คนเสร็จสมบูรณ์) ผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครองของทารกและเด็กวัยหัดเดินที่ต้องการสมัครเพื่อการศึกษาสามารถสมัครได้หลังจากตรวจสอบตารางการศึกษาที่ศูนย์ดูแลเด็ก 18 แห่งที่กำหนดเป้าหมายเพื่อการศึกษา ในขณะเดียวกัน หลักสูตรคุณสมบัติการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้ปกครองที่แท้จริงในคยองกีโดเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับเลือกในการประกวดแนวคิดการศึกษาอุปนิสัยสำหรับทารก (ข้อเสนอนโยบาย)
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-07-19
  • “ใช้ระบบวีซ่าใหม่เพื่อประกันแรงงานต่างชาติที่ยอดเยี่ยม”
    <사진 기획재정부> <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6487>   รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะลดอุปสรรคในการเข้าประเทศ เช่น การออกวีซ่า เพื่อให้ผู้มีความสามารถจากต่างประเทศที่ยอดเยี่ยมสามารถตั้งรกรากในเกาหลีและมีส่วนร่วมในสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ เป้าหมายของการ์ดการเรียนรู้แห่งชาติในวันพรุ่งนี้จะขยายออกไปเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการทำงานเมื่อจำเป็น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  Hong Nam-ki ได้รับตำแหน่งรัฐบาลเป็นประธานรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการเงินที่ศูนย์ราชการกรุงโซล 'ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และ ทิศทางการตอบสนอง' และ 'มาตรการใช้แรงงานต่างด้าวในยุคที่ประชากรลดลง' หารือและประกาศมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น รัฐบาลคาดการณ์ว่าความเสี่ยงด้านประชากรหลัก 3 ประการจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การลดลงของจำนวนประชากร การสูญพันธุ์ในภูมิภาค และสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงหลัก 3 ประการจึงคาดว่าจะทำให้เกิดความตกใจครั้งใหญ่โดยทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลี โดยเน้นถึงความสำคัญของการตอบสนองแบบเอารัดเอาเปรียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประการแรกรัฐบาลกลัวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะซบเซาเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีอ่อนแอลงเมื่อ ประชากรวัยทำงานลดลง และสิ่งนี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาแรงงาน ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้สูงอายุในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดอุปสรรคในการเข้าประเทศเพื่อให้กำลังคนต่างชาติที่ดีเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทบทวนการขยายเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานของตนที่โรงเรียนได้นานเท่าที่ต้องการ และขยาย 'บริการครบวงจรสำหรับการดูแลตลอดวัน' เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเลือกและ ใช้บริการดูแลที่พวกเขาต้องการที่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลครอบครัวที่มีเด็กประถมโดยการปรับปรุงบริการดูแลที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับชั่วโมงเรียนปกติที่สั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง โดยจะพิจารณาขยายชั่วโมงการศึกษาด้วย เช่น การเสริมทักษะทางวิชาการขั้นพื้นฐาน ศิลปะการแสดง และกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน และการเล่นฟรี ขยายระบบวีซ่าแรงงานต่างด้าว เพื่อกระตุ้นการไหลเข้าของพรสวรรค์จากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของกำลังแรงงาน การออกวีซ่าที่อยู่อาศัย (F-2) สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะขยายออกและวีซ่าทำงานระยะไกลสำหรับความสามารถต่างประเทศที่มีไอที และ จะมีการขยายเทคโนโลยีไฮเทคที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ จึงตัดสินใจอนุญาตให้พำนักระยะยาวในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการตัดสินใจที่จะแนะนำวิธีการเชิงลบสำหรับการออกวีซ่าทำงานในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดี เป็นการขยายระยะเวลาการออกวีซ่าโดยเปลี่ยนจากวิธีการกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่า (วิธีบวก) เป็นวิธีการออกวีซ่าสำหรับวีซ่าทุกประเภทหากไม่ได้รับการยกเว้น (วิธีเชิงลบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าวที่ทำงานมาเป็นเวลานานในบริษัทในประเทศที่มีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ใช่อาชีพ (E-9) และวีซ่าเยี่ยมเยียน (H-2) มีสิทธิ์ได้รับการพำนักระยะยาวหากพวกเขามีรายได้ต่อปีและมีความสามารถทางเทคนิค . มีการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็น '-4)' คาดว่าจะง่ายขึ้นมากสำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ใช่มืออาชีพในการเปลี่ยนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมโครงการนำร่องวีซ่าเฉพาะภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังแรงงานของรัฐบาลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-07-19
  • ในปริมณฑลระยะห่างขั้นตอน 4 จากวันที่ 12
    <사진 국무총리실>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6475>   รัฐบาลได้ยกระดับการเว้นระยะห่างทางสังคมในเขตนครหลวงเป็นระดับ 4 เป็นเวลาส 2สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ตามมาตรการนี้ อนุญาตให้มีการชุมนุมรวมตัวไม่เกิน 2คน หลัง 18.00 น. และห้ามชุมนุมเกิน 3คน และ อนุญาตให้มีการชุมนุมรวมตัวกันได้ถึง 4 คน ก่อน 18:00 น. สิ่งอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ สามารถดำเนินการได้จนถึงเวลา 22:00 น. เท่านั้น และห้ามการชุมนุมในกรณีของสถานบันเทิง เช่น คลับและร้านนั่งดื่ม การชุมนุมและเหตุการณ์อื่น ๆ นอกจากการเดินขบวนคนเดียวทั้งหมดกิจกรรมถูกห้ามอย่างสมบูรณ์ งานแต่งงาน เฉพาะญาติเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นให้เข้าร่วมพิธี และงานศพ มีเพียงญาติแค่  49 คน(ญาติระดับ 8 ญาติระดับ 4 คู่สมรส)   เท่านั้นที่เข้าร่วมพิธีได้ สิ่งอำนวยความสะดวกทางศาสนาอนุญาตเฉพาะการนมัสการแบบไม่เห็นหน้าเท่านั้น และห้ามการชุมนุม รับประทานอาหาร และที่พักต่างๆสำหรับการทำงานในสถานที่ทำงานการเดินทางเซกลางวันเดินโซเซและการสื่อสารโทรคมนาคม 30% มีการแนะนำสำหรับสถานที่ทำงานไม่รวมการผลิต การแสดงในสถานที่แสดงตามปกติจะได้รับอนุญาตภายใต้กฎกักกัว่านของสถานที่ แต่ การแสดงในร่ม และกลางแจ้งทั้งหมดในรูปแบบของการแสดงชั่วคราวถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ และต้องห้าม นอกจากนี้ยังตัดสินใจระงับมาตรการบรรเทาผลกระทบที่บังคับใช้กับผู้ที่ได้รับวัคซีน ดังนั้น ▲ การรวบรวมครอบครัวทันที ▲งานประชุมส่วนตัว ▲ สิ่งอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ ▲ ในกรณีเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา และ  นักร้องประสานเสียงกลุ่มเล็ก แม้แต่ผู้ที่ได้รับวัคซีนก็ไม่ถูกยกเว้นจากเกณฑ์การรวมกลุ่มด้วย นายกรัฐมนตรี คิม บูคยอม กล่าวว่า "เนื่องจากนี่เป็นระดับสูงสุดของการเว้นระยะห่างทางสังคม ฉันจะดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นว่าจะไม่มีที่หลบภัยอีกต่อไป เขาเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นอื่นที่ไม่ใช่เขตปริมณฑลดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างมาตรการกักกัน เช่น การปรับระดับระยะห่าง ระยะที่ 4 ของการเว้นระยะห่างทางสังคมในเขตมหานคร จะเริ่มใช้ตั้งแต่เวลา 00:00 น. ในวันที่ 12 กรกฎาคม และจะดำเนินการเป็นเวลาสองสัปดาห์จนถึง 24:00 น. ในวันที่ 25 ขอบเขตของการสมัครเป็นเขตปริมณฑลทั้งหมด จากผลของมาตรการนี้ คาดว่าโปรแกรมแบบตัวต่อตัวที่ ศูนย์สนับสนุนครอบครัวทามุนฮวาคาจอง และ ศูนย์สวัสดิการต่างประเทศในเขตปริมณฑลจะถูกยกเลิก หรือ เลื่อน และเปลี่ยนเป็นแบบไม่เผชิญหน้ากัน
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-07-19
  • เด็กที่เข้ามาในประเทศ พวกเขาเป็นใคร?
    <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=5889>   หลายคนที่เคยได้ยินเกี่ยวกับการแต่งงานระหว่างประเทศ และ ครอบครัวทามุนฮวาคาจอง  อย่างไรก็ตาม มันไม่คุ้นเคยกับคำว่าเยาวชนระดับกลางหรือไม่?   ผู้ย้ายถิ่นฐานที่แต่งงานใหม่กับคู่สมรสชาวเกาหลี และ นำบุตรจากการแต่งงานครั้งแรกมายังเกาหลี และ บุตรที่แต่งงานระหว่างประเทศที่เติบโตในประเทศบ้านเกิดของพ่อแม่ และ กลับเข้าเกาหลีเมื่ออายุเข้าเรียนในหลายกรณีกล่าวถึงเยาวชนที่มีรายได้ปานกลาง เช่นเมื่อผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือหญิง หรือ ชายที่นำเด็กที่เกิดในประเทศที่3 ระหว่างคู่สมรสชาวต่างชาติ ขณะนี้อายุของเยาวชนที่เข้าสู่เกาหลีลดลงพวกเขาจึงถูกเรียกว่าเด็กที่มีรายได้ปานกลางมากกว่าเยาวชนที่มีรายได้ปานกลาง   เด็กที่เข้ามาในประเทศมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยทั่วไปแล้วเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เกิดในเกาหลีจะคิดว่าพวกเขาเป็นชาวเกาหลี เพื่อนเหล่านี้เกิดที่เกาหลีพูดภาษาเกาหลีและมีเอกลักษณ์ของเกาหลี ในทางกลับกันในกรณีของเด็กที่เข้ามาในประเทศพวกเขามักจะมีสัญชาติของประเทศที่เกิดไม่ใช่คนเกาหลีจากนั้นจะได้รับสัญชาติเกาหลีผ่านการทดสอบการโอนสัญชาติ ดังนั้น เอกลักษณ์ของประเทศที่ฉันเกิดและเติบโตจึงค่อนข้างใหญ่กว่าเกาหลีดังนั้นภาษาวัฒนธรรมและชีวิตของเกาหลีจึงน่าอึดอัด  อย่างไรก็ตามเด็กส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในประเทศเกาหลีด้วยความตั้งใจที่จะไปตั้งรกรากในเกาหลี อย่างไรก็ตามพวกเขามักรู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติ และ แปลกแยกเนื่องจากรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ และ ภาษาเกาหลีที่น่าอึดอัด ถึงแม้ว่าพวกเขามีตัวตนของเหมือนเกาหลี แต่ พวกเขาจะถือว่าเป็นชาวต่างชาติเพราะการออกเสียงและ สำเนียงในภาษาไม่ดีของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังพบกับการเลือกปฏิบัติในช่วงอายุก่อนที่จะมีการสร้างตัวตนและพวกเขารู้สึกสับสนและกังวลเกี่ยวกับตัวตนของพวกเขาเนื่องจากความรู้สึกแปลกแยกที่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่ใด ฉันทำเช่นเดียวกัน ก่อนมาเกาหลีฉันมีบุคลิกที่กระตือรือร้นมีมิตรภาพที่ดีและมีความสนใจในการเรียน แต่หลังจากเข้าโรงเรียนเกาหลีฉันก็มีอารมณ์ไม่มั่นคง ความมั่นใจของฉันต่ำ และ ฉันพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ดังนั้น ฉันจึงไม่สามารถพูดถึงการทำผิด หรือ ถูกแกล้งได้ ฉันกลัวที่จะพูดต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดการเรียนรู้ที่เกิดจากการไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในโรงเรียนได้สะสม และ ส่งผลกระทบแม้กระทั่งในส่วนของอารมณ์ ดังนั้น ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์เติบโตขึ้นหลังจากเข้ามาในเกาหลีฉันคิดว่าควรสนับสนุนการพิจารณาทางสังคม และ การสนับสนุนด้านสวัสดิการเพื่อให้เด็ก ๆ ที่เข้ามาในประเทศสามารถปรับตัว และ ใช้ชีวิตในเกาหลีได้เป็นอย่างดี จนถึงตอนนี้ฉันต้องดิ้นรนอย่างมากเพราะเรื่องภาษาในขณะที่อาศัยอยู่ในเกาหลีในฐานะเด็กที่เข้ามาในประเทศ ดังนั้น ฉันหวังว่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เด็ก ๆ สามารถเรียนภาษาเกาหลีจะได้รับการจัดตั้งขึ้นในทุกภูมิภาคและควรจ้างครูสองภาษาให้มากขึ้น สังคมเกาหลีไม่ควรละทิ้งอคติและอคติต่อเด็กที่เข้ามาในประเทศและถือว่าพวกเขาเป็นเป้าหมายที่น่าสงสารเพื่อช่วยเหลือพวกเขา แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการพัฒนาไปสู่สังคมที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นผ่านเด็กเหล่านี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าพวกเขาจะมีบทบาทอย่างไรในเกาหลีในอนาคตและจะช่วยเหลืออย่างไร มันจะเป็นทรัพยากรทางสังคมที่ช่วยได้มากสำหรับประเทศของเราหากเราช่วยเด็ก ๆ ที่เข้ามาในตะวันออกกลางเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของชาวเกาหลีและรักษาเอกลักษณ์ของประเทศที่พวกเขาเกิดและเติบโต
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-03-08
  • วัคคซีนโคโรนา ฉีดวัคซีนฟรี สำหรับครอบครัวทามุนฮวาคาจอง และ ชาวต่างชาติที่มีประกันสุขภาพแห่งชาติ
    <자료=질병관리청>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=5880>   รัฐบาลเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโคโรนา 19 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีในสถานการณ์นี้? พวกเขายังสนใจว่าจะได้รับวัคซีน Corona 19 หรือไม่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) เพิ่งประกาศว่าได้กำหนดหลักการให้ฉีดวัคซีนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเช่นกัน และ เป้าหมายคือ “ ผู้อยู่อาศัยระยะยาว และ ผู้ที่สมัครประกันสุขภาพแห่งชาติ” ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) เพิ่งประกาศว่าได้กำหนดหลักการให้ฉีดวัคซีนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเช่นกัน และ เป้าหมายคือ “ ผู้อยู่อาศัยระยะยาว และ ผู้ที่สมัครประกันสุขภาพแห่งชาติ” ขณะนี้รัฐบาลได้ทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนสำหรับประชากรทั้งหมด 79 ล้านคนและคาดว่าจะมีการเปิดตัววัคซีน AstraZeneca และ Pfizer ในไตรมาสแรก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) แนะนำแผนการฉีดวัคซีนโดยละเอียดโดยแบ่งออกเป็นสี่ในสี่ส่วน ■ไตรมาสที่ 1 (1.3 ล้านคน) ▲โรงพยาบาลพยาบาล, การรับสมัครสถานพยาบาลที่อาศัยอยู่, คนงาน ▲เจ้าหน้าที่สถาบันที่รักษาผู้ป่วยโคโรนา 19 ▲คนงานในสถานพยาบาลที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพ ▲ผู้เผชิญเหตุรายแรกเช่นการสอบสวนทางระบาดวิทยาและแพทย์ ▲ฟื้นฟูจิตใจสถานพักฟื้น ฯลฯ ผู้อยู่อาศัยและคนงาน ■ไตรมาสที่ 2 (9 ล้านคน) ▲ผู้ใช้สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุและคนงาน▲การฉีดวัคซีนตามลำดับตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไปผู้สูงอายุ▲สถานพยาบาลและร้านขายยาที่ทำงานไม่มีสิทธิ์ได้รับการฉีดวัคซีนในไตรมาสแรก▲สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้อยู่อาศัยคนงาน เช่น คนพิการ และ คนจรจัด ■ไตรมาสที่ 3 (33.25 ล้านคน) ▲ผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง▲ผู้ใหญ่อายุ 18 ถึง 64 ปี (รวมชาวต่างชาติ) ▲ทหารตำรวจคนงานในสถานพัฒนาสังคม▲เด็กการศึกษาเยาวชนคนงานดูแลเด็ก ■ไตรมาสที่ 4 ▲ผู้ที่ฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 person ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน ขั้นตอนการฉีดวัคซีนสำหรับชาวต่างชาติจะเหมือนกับชาวเกาหลี อย่างไรก็ตามผู้อยู่อาศัยระยะสั้นเช่นนักท่องเที่ยวและคนงานตามฤดูกาลซึ่งบริหารโดยกระทรวงยุติธรรมได้กำหนดนโยบาย “ กำหนดความจำเป็นในการฉีดวัคซีนตามหลักการปกป้องสุขภาพของประชาชน”  และ ทบทวนรายละเอียดเฉพาะ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ จ้าหน้าที่ประจำสำนักงานนโยบายคนเข้าเมืองและนโยบายคนต่างด้าวของกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า“ เราไม่มีแผนที่จะนำคนงานตามฤดูกาลที่ไม่ได้มาในปีที่แล้วเนื่องจากโคโรนา 19 อย่างไรก็ตามหากคนงานตามฤดูกาลมาเราจะปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ พิจารณาว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่” ในขณะเดียวกันแรงงานต่างชาติ 200,000 คนภายใต้ระบบใบอนุญาตการจ้างงานที่บริหารโดยกระทรวงการจ้างงานและแรงงานเป็นผู้อยู่อาศัยระยะยาวซึ่งพำนักอยู่ได้นานถึง 4 ปี 10 เดือนเมื่อพวกเขาเข้ามาในประเทศและมีสิทธิ์ได้รับการฉีดวัคซีนเนื่องจากพวกเขาได้รับการลงทะเบียนใน ประกันสุขภาพแห่งชาติ. ถือเป็นข่าวดีเนื่องจากแรงงานต่างชาติสามารถรับวัคซีน Corona 19 ได้ฟรี และในกรณีของสตรีที่ย้ายถิ่นฐานเพื่อแต่งงาน เช่น ผู้อพยพที่แต่งงานแล้วส่วนใหญ่เป็นคู่สมรสของประชาชน และ ยังได้รับการลงทะเบียนในประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้สามารถฉีดวัคซีน แม้ว่าชาวเกาหลีโพ้นทะเลหรือชาวต่างชาติจะได้รับการฉีดวัคซีนในประเทศบ้านเกิดของตนพวกเขาจะต้องถูกกักกันเป็นเวลา 14 วันตามกฎที่กำหนดขึ้นในเกาหลีเมื่อพวกเขาเข้าสู่เกาหลี 이아리 기자
    • ภาษาไทย
    • สวัสดิการ
    2021-03-08
비밀번호 :