• 최종편집 2022-05-25(수)

ภาษาไทย
Home >  ภาษาไทย

실시간뉴스
  • เมื่อผ่านไป 14 วันนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนในประเทศ จะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อกลับเข้ามาใหม่หลังจากออกนอกประเทศ
    มีความสนใจมากขึ้น ว่าชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาในเกาหลี หลังจากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังการฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการยกเว้น การกักตัวหรือไม่   ได้รับการยกเว้นการกักตัวภายหลังการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหมายถึง บุคคลที่ได้รับวัคซีนผ่านไปแล้ว 14 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ของวัคซีนที่ต้องฉีด 2 ครั้ง หรือ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียว หากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกลับเข้ามาในประเทศเกาหลี อีกครั้ง เกณฑ์สำหรับการยกเว้นการกักตัวคือ เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น ณ วันที่เข้าประเทศหรือไม่   เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดังนั้น หากฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน และกลับไปเยือนบ้านเกิด หลังจากนั้นกลับเข้าเกาหลีอีกครั้งในวันที่ 16 กันยายน จะได้รับการยกเว้นการกักตัว อย่างไรก็ตาม หากเข้าประเทศก่อนวันที่ 15 จำเป็นต้องกักตัว   วิธีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนทำได้อย่างไร? มี 3 วิธีในการพิสูจน์การฉีดวัคซีนของตนเอง ได้แก่ ▲ออนไลน์ ▲โทรศัพท์มือถือ▲และสติ๊กเกอร์บัตรประจำตัว *สำหรับวิธีการออนไลน์ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (https://nip.kdca.go.kr/irgd/civil.do?MnLv1=1)หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบ,ยืนยันตนเอง,หลังจากนั้นพิมพ์ ใบรับรองแบบกระดาษ   ‚วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘COOV’ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ƒสำหรับวิธีการติดสติกเกอร์ที่บัตรประจำตัว สามารถไปที่ ตำบล.เขตการปกครอง.แขวง ศูนย์สวัสดิการบริหาร และรับสติกเกอร์รับรองการฉีดวัคซีนและสามารถออกใบรับรองแบบกระดาษได้ด้วย   ทำการทดสอบ PCR หรือไม่? ผู้ที่เข้าประเทศหลังจากเดินทางออกนอกประเทศจะต้องผ่านการทดสอบวินิจฉัยการขยายตัวของยีน (PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จำนวนการตรวจ วินิจฉัยจึงเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 ครั้ง   ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีจะต้องผ่านการทดสอบ PCR ก่อนเข้าประเทศเกาหลี และส่งใบรับรองการทดสอบที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง และรับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ศูนย์สาธารณสุขในท้องถิ่น ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศ และจะต้องผ่านการทดสอบ ครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 6 ~7 หลังจากเข้าประเทศแล้ว จำเป็นต้องรอที่บ้านจนกว่าจะได้รับการยืนยันผลเป็นลบ และแอพฯกักตัวที่ติดตั้ง ในตอนเข้าประเทศจะต้องถูกลบหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นลบโดยสมบูรณ์   แม้ว่าจะให้การยืนยัน PCR ผลเป็นลบ เมื่อเข้าประเทศ แต่อาจถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อในทันที หากการทดสอบ ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศและในวันที่ 6 ถึง 7 ผลเป็นบวก การตรวจสอบแบบธรรมดาได้รับการยืนยันผลเป็นลบ 3 ครั้ง การกักตัวจะถูก ยกเลิกหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป 14 วัน หลังจากวันที่เข้าประเทศ   ควอน จุนอุก หัวหน้าสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 27 ว่า "เพื่อความสะดวกของผู้เข้าเดินทางเข้าประเทศและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร เกณฑ์การยกเว้นการกักตัวจะเปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าประเทศเกาหลี 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะช่วยเสริมการปิดกั้นการแพร่เชื้อในชุมชนที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการโดยการเพิ่มการทดสอบ PCR ในวันแรก หลังจากเข้าประเทศ เพื่อระบุผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น”  김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-09-02
  • “บุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติก็สามารถได้รับเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน”
    <자료 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6589 >   คยองกีโด กำลังรับสมัคร 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021' ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน' นั้น ได้นำเข้าโครงการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าโดยสารของเยาวชน อายุ 13-23 ปีในคยองกีโด ซึ่งมีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ, เนื่องจากราคาค่าโดยสารในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารในครั้งนี้ ประกอบด้วยรูปแบบการคืนเงินค่าโดยสารผ่านทางบัตรเงินสดท้องถิ่น ในวงเงินสูงสุด 60,000 วอน(120,000 วอนต่อปี)  ตามการใช้จ่ายจริงให้กับเยาวชนที่ใช้รถบัสคยองกี(ในเมือง/หมู่บ้าน) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนี้ เส้นทางการจราจรที่เป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือ ได้แก่ รถโดยสารประจำทางในคยองกีโด (ปกติ, เมืองใหญ่, Mบัส, รอบเมืองคยองกี) และรถบัสในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงการใช้รถไฟฟ้า(รถไฟฟ้าใต้ดิน)และรถบัสอินชอน•โซล/อินชอน และการเปลี่ยนรถภายใน 30 นาทีก่อนและหลังการใช้รถบัสในเมือง•หมู่บ้านคยองกีโด (ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:00 น.จนถึง 7:00 น. ของวันถัดไป ) สามารถสมัครขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม เพียงแค่ลงทะเบียนสมาชิก 'ทางโฮมเพจ การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในคยองกีโด (www.gbuspb.kr)' อันดับแรก ในการสมัครสมาชิกใหม่จะต้องลงทะเบียนใบรับรองสาธารณะเพื่อยืนยันการอาศัยอยู่ในจังหวัด หลังจากนั้นลงทะเบียน "หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น" เพื่อขอรับเงินคืน และ "หมายเลขบัตรโดยสาร" ที่ใช้งานอยู่                      สำหรับสมาชิกเดิมที่เข้าร่วมมานานกว่า 10 เดือน หลังจากล็อคอิน หากบัตรเงินสดท้องถิ่นของบัตรโดยสารไม่มีปัญหาอะไร สามารถสมัครใหม่ได้โดยการยืนยันที่อยู่ผ่านทางใบรับรองสาธารณะ เพียงแต่ในกรณีที่มีการใช้บัตรโดยสารใหม่อันเนื่องมาจากการสูญหาย และอื่นๆ เช่น การเพิ่มเติมข้อมูลในบัตรที่ลงทะเบียบ(บัตรโดยสาร) หรือการแก้ไข(บัตรเงินสดท้องถิ่น) สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมน้อยกว่า 10 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่อยู่ผ่านใบรับรองสาธารณะ  'หมายเลขบัตรโดยสาร'แบบสองระบบนั้น สามารถลงทะเบียนกับบัตรโดยสารแบบเติมเงิน (T-money, cashbee ฯลฯ) หรือสามารถลงทะเบียนบัตรโดยสารแบบรายเดือนภายใต้ชื่อตนเอง ไม่สามารถสมัครบัตรโดยสารแบบรายเดือนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นหรือชื่อของพ่อแม่ได้ ต้องสมัคร 'หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น' โดยใช้ชื่อตนเอง,เด็กอายุ 13 ปีที่ไม่มีบัตรเงินสดท้องถิ่นหรือ เยาวชนที่มีปัญหาในการออกบัตรเงินสดท้องถิ่นเนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของตนเอง สามารถสมัครได้โดยใช้หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่นของเจ้าบ้านหรือของพ่อแม่ คยองกีโดต้องการให้เยาวชนจำนวนมากได้รับผลประโยชน์ จึงได้ดำเนินการผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคยองกี ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารโรงเรียนผ่านทางโทรศัพท์โดยมีเนื้อหาของวิธีการสมัครอยู่ในนั้น, และกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยใช้ G-Bus TV, โฮมเพจของจังหวัด•เมือง•อำเภอ, บล็อก, SNS และติดป้ายประกาศบนถนนสายหลัก เป็นต้น การจ่ายค่าโดยสารสำหรับเยาวชนนั้นจะพิจารณาจากเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้าน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติหรือบุตรของคู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ร้องขอให้บันทึกการลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้านแต่ละครัวเรือน ก็สามารถรับเงินได้  นอกเหนือจากการช่วยเหลือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถตรวจสอบได้ที่โฮมเพจ การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด (www.gbuspb.kr), หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด คอลเซ็นเตอร์(1577-8459)
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-08-07
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม ,จะมองข้ามกันไปถึงเมื่อไหร่
    <사진 경기글로벌센터>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6582 >   จุดบอดด้านสวัสดิการสังคม จะเล่าถึงความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ลองพิจารณาดูอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนไร้บ้านชาวต่างชาติใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เป็นต้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา ป้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแก่ชาวต่างชาติใน แดซานดง จังหวัดบูชอน มาที่ศูนย์ของเราและขอร้องให้ช่วยเหลือ มีชาวต่างชาติที่อยู่บ้านคนเดียวและไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อไป ถ้าเขาเสียชีวิตจะทำอย่างไร จึงได้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักสวัสดิการและศูนย์ให้บริการประชาชนประจำหมู่บ้าน แต่ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกล่าวว่า “น่าเสียดาย เพราะเป็นชาวต่างชาติจึงไม่มีทางช่วยได้” จากนั้นพวกเขาก็พิมพ์แผนที่ของศูนย์โกลบอลคยองกีให้ และบอกให้ลองไปที่นั่นดู  ดังนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากป้าเจ้าของบ้านเล่าตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รีบเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันที ในบ้านหลังนั้นมีนายยูนโม (ชาย,อายุ 62 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่อาศัยอยู่ตามลำพัง,เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองอุดตันจึงทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้  ศูนย์โกลบอล      คยองกีได้ระดมทุนฉุกเฉินในทันทีและมอบเงิน 1.27 ล้านวอนในรอบแรก หลังจากนั้นประมาณสามเดือน ก็ช่วยเหลือเงินอีก 570,000 วอน แต่เนื่องจากไม่สามารถที่จะช่วยเหลือต่อได้อีก จึงได้ติดต่อไปที่สำนักสวัสดิการและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดรับรู้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถให้ความสนใจได้อีก                                                                                         หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคม ปี 2020 เขาโทรมาอีกครั้ง และพูดว่า"ช่วยด้วย" ซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง  แต่ว่าในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ขององค์กรเรา ก่อนที่จะวางสายเราได้พูดขึ้นว่า "ได้โปรดขอความช่วยเหลือจากสถานที่อื่นที่แจ้งไปแล้ว" หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาคนไร้ที่อยู่ชาวจีน ได้เห็นรูปแบบและการตอบสนองของหน่วยงานราชการ ทำให้นึกถึงเพื่อนร่วมชาติชาวจีนใน แดซานดง ในปี 2019  จึงได้โทรสอบถามกับป้าเจ้าของบ้านเช่าเพื่อสอบถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทราบว่าเพื่อนร่วมชาติชาวจีน นายยูนโม ได้เสียชีวิตแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา                                                        ในตอนนั้นผมรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าผมได้ฆ่าเขาให้ตายอย่างงั้น                                                                                            เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ ที่บอกว่า "ได้โปรดช่วยด้วย" หากในตอนนั้นได้ไปหาเขาและตรวจดูอาการของเขาอีกครั้งและดำเนินการบางอย่าง เขาคงไม่เสียชีวิตเร็วขนาดนี้  ผมได้แนะนำเขาให้กับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสวัสดิการสังคมท้องถิ่นไปแล้วจึงคิดว่า 'คงไม่น่าจะมีอะไร' แต่เมื่อผมได้ยินเรื่องราวจากป้าเจ้าของบ้านเช่าเล่าว่า "ทางองกรค์ได้นำอาหารและของกินอื่นๆไปให้อยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย คาดว่าเขาน่าจะอดตาย"   ถึงแม้จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่ไร้ที่อยู่ ตามสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังไม่สามารถหาที่ไปได้   ในที่สุดศูนย์โกลบอลคยองกี ได้แนะนำให้พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในวันที่ 21 และในวันที่ 22 พวกเขาได้รับการตรวจ MRI และได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และสมัครระดับการพักฟื้นที่องค์กรประกันสุขภาพสาธารณะ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในสถานพักฟื้นได้ ในระหว่างการพิจารณาระดับของการพักฟื้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนฉุกเฉินเพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเองสำหรับค่าเข้าพักในสถานที่พักฟื้นได้ ท้ายที่สุดแล้วผมต้องการถามว่าองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการจัดการแบบเงียบๆ แต่ตอนนี้คิดว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยการยื่นคำเรื่อง ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการผ่านรายงานแห่งชาติ และมีการวางแผนที่จะรายงานไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและจัดทำประชามติอย่างจริงจัง                                                                                                                          ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมกับจุดบอดของสวัสดิการสังคม มีหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีเนื่องจากความผิดของฝ่ายสามี และอยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม หญิงผู้อพยพรายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีน และอาศัยอยู่ตามลำพังหลังจากการหย่าร้าง แต่สุขภาพของเธอไม่ค่อยจะดีและไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เธอไม่สามารถชำระค่าเช่าเดือนละ 400,000 วอนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ ด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยทำให้เธอทำงานนอกเวลาได้เพียงแค่สองสามวันเพื่อหาเงิน แต่เงินที่ได้มาก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่ค้างชำระรวมไปถึงค่าเช่ารายเดือนด้วย หญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสชาวจีนรายนี้ กำลังยอมแพ้เพราะต้องทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามาหลายปีแล้ว และมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกถึงกรณีของแม่และลูกสาวสามคนในซงพากู และการเสียชีวิตของแม่และลูกชายผู้หลบหนีออกจากเมืองชาวเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากการอดอาหาร ในกวานอักกู  เมื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐานที่ศูนย์ให้บริการประชาชนในท้องถิ่น และ 129 คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงสวัสดิการและอนามัย ซึ่งพวกเขากล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเงิน  การมีสิทธ์ในการรับเงินนั้น บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติหรือมีลูกโดยกำเนิดจากการแต่งงานกับคนเกาหลีและกำลังอยู่ในระหว่างการเลี้ยงดูบุตร ผมได้ถามว่าหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรส ที่หย่าร้างด้วยเหตุผลที่คนเกาหลีเป็นฝ่ายผิด ควรได้รับสิทธิ์ในการรับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน แต่พวกเขายังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนนกแก้วที่ และบอกว่าไม่มีข้อความระบุไว้ในคู่มือ และบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของผู้อพยพเอง ความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ซงอินซอน ประธานโกลบอลเซ็นเตอร์คยองกีโด องค์กรนิติบุคคล / www.1412.co.kr / 010-2756-3229
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-08-07
  • คำแนะนำสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่ต้องการหางานที่ดีกว่า,การผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1
      เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายนถึงวันที่ 21เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา(บ.หุ้นส่วนจำกัด) พาพาย่า สตอรี่ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สำนักข่าวหลากหลายวัฒนธรรมคยองกีโด ได้ดำเนินการคัดเลือกพนักงาน. พาพาย่าสตอรี่ได้มีการวางแผนให้บริการแพลตฟอร์มด้านข้อมูลทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมโดยให้บริการด้านภาษา ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน เวียดนาม,รัสเซีย และไทย มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 61 คน คัดเลือกโดยผู้รับผิดชอบ ที่เหลือทั้งหมด 4 ภาษายกเว้นภาษาอังกฤษ ผู้สมัครแบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาจีน37 คน, ภาษาเวียดนาม15คน, ภาษารัฐเซีย 7 คน และภาษาไทย2 คน.ในรอบการพิจารณาเอกสาร รอบที่ 1 มีคนตกรอบ 46 คน และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ในรอบที่ 2 จำนวน 15 คน. และในที่สุด 4 คนก็ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย อยากจะกล่าวถึงประสบการณ์ในฐานะคณะกรรมการตัดสิน ในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หางานชาวต่างชาติที่ต้องการหางานที่ดีกว่า   การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 นั้น จะเป็นด่านแรกที่ผู้หางานทุกคนในเกาหลี ต้องผ่านคือการพิจารณาว่าผู้หางานมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ประเภทใด แน่นอนว่า ถ้าคุณเคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และประวัติการศึกษาที่ตรงตามสายงาน งานที่พนักงานได้รับมอบหมายให้ทำที่ พาพาย่าสตอรี่คืองานแปลซึ่งถือเป็นงานหลัก รองลงมาก็คือ บริการให้คำปรึกษา,การดูแลกระทู้และการดูแลระบบสมาชิก เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านล่ามและการแปล จึงผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศบ้านเกิด แต่คุณจะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ไปได้หากคุณไม่มีประวัติการศึกษาหรือทำงานในเกาหลี ตัวอย่างเช่น หลังจากจบการศึกษาระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในประเทศบ้านเกิดหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสA ทำงานด้านล่ามและการแปลเป็นเวลาสองปีในบริษัทเกาหลี แต่ว่าไม่มีประวัติการทำงานในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ในกรณีของหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาที่หลากหลายผ่านศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ทำงานด้านอาสาสมัครในชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากดังนั้นผู้สมัคร A ที่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร แน่นอนว่าหากผู้สมัคร A มีประสบการณ์การทำงานอย่างโชกโชนในเกาหลี เธออาจจะผ่านการคัดเลือก แต่เธอไม่ได้ระบุประสบการณ์ในการทำงานอื่นๆลงไปเลย แต่ถึงแม้ว่าจะมากด้วยประสบการณ์ในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารไปได้ ผู้สมัคร B ถึงแม้เขาจะโอ้อวดว่ามีประสบการณ์ในเกาหลีในฐานะผู้สอนภาษาจีน,ผู้สอนภาษาเกาหลี,ล่ามนำเที่ยว, เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มการจ้างงาน และอื่นๆแต่ไม่มีการระบุในใบประวัติส่วนบุคคลว่าเขาเรียนโรงเรียนอะไร และเรียนอะไร ผู้สมัครท่านนี้ควรระบุไว้ในหนังสือแนะนำตัว ว่าถึงแม้จะมีวุฒิการศึกษาแต่เพราะเหตุใดถึงไม่ได้ระบุลงในประวัติส่วนบุคคล หรือเพราะเหตุใดจึงไม่มีวุฒิการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครพึงระวังในการเขียนหนังสือแนะนำตัวและ ประวัติส่วนบุคคลคือ ไม่ควรพิมพ์ผิด ผู้สมัคร C ส่งใบประวัติส่วนบุคคลโดยสะกดจาก'ฮยอนแดคอนซอล' เป็น 'ฮยอนแดคอลซอน' ซึ่งทำให้กรรมการผู้ตัดสินมึนงงกันพักใหญ่เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร เช่นกันกับผู้สมัคร D ที่ถึงแม้ว่าเค้าจะมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์อันดีเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสารไปได้ เนื่องจากมีการพิมพ์ผิดมากเกินไป ผู้สมัครรายนี้สะกดจาก'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติคยองกีโด' เป็น 'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติ คย็อกกีโด' และ 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนระหว่างประเทศ' เป็น 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนขั้นสูง' นอกจากนี้ในหนังสือแนะนำตนเอง ยังมีการพิมพ์ผิดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'ไปเรียนต่อต่างประทอศ' (ไปเรียนต่อต่างประเทศ) 'แปลหนังเสือ' (แปลหนังสือ) 'สิ่งที่ฉันเราเขียน' (สิ่งที่พวกเราเขียน) และ 'ออกมามา' (ออกมา)เป็นต้น มีการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานที่ต้องทำการแปลเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพิมพ์ผิดในลักษณะนี้ จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ดังนั้น ชาวต่างชาติที่เขียนประวัติส่วนบุคคลและหนังสือแนะนำตนเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อผิดพลาดในเอกสารของตนผ่านทางครอบครัว หรือ ศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติ หรือศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ยกเว้นผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ในรอบที่ 1  ผู้สมัคร E มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในด้านล่ามหรืองานแปล หรือกิจกรรม ด้านสังคมท้องถิ่น แต่ก็ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารนั่นเพราะว่าเขาสอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับประถมม.ต้นและม.ปลายในเกาหลีทั้งหมด เนื่องจากกรรมการตัดสินทราบดีว่า การที่หญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส สอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในเกาหลีทั้งหมดนั้นยากเพียงใด เพียงแค่ผ่านการทดสอบความถนัดระดับประถม ม.ต้น และม.ปลาย ก็เห็นได้ถึงความพยายามและความจริงใจของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้ จริงอยู่ที่, ในกรณีของผู้สมัครชาวจีนอาจมีด้านที่ไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีทั้งประสบการณ์และวุฒิการศึกษา แต่ด้วยความที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงมีบางกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ภาษาจีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง,ปริญญาโท.เอก ,มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และคะแนน TOEIC ในระดับสูง ฯลฯ เป็นต้น 김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-08-05
  • สตรีผู้อพยพจากการแต่งงานในคยองกีโด สนับสนุนผู้หญิงที่ดีขึ้นเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น
    <사진 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6501>   การสรรหากิจกรรมสำหรับ 'การดูแลสตรีคยองกี'   จังหวัดคยองกีกำลังสรรหานักเคลื่อนไหวในแต่ละสาขาของ 'การดูแลสตรีคยองกี' ภายในวันที่ 25 เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและเผยแพร่นโยบายและวัฒนธรรมความเท่าเทียมทางเพศ ศูนย์วิชั่นสตรีคยองกีวางแผนที่จะแบ่งการปกครองสตรีคยองกีออกเป็น 4 ด้าน (เครือข่าย)  ▲เครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง (นักเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของสตรี) ▲เครือข่ายนักเคลื่อนไหวหญิง (กลุ่มรากหญ้าเล็กๆ ในจังหวัด สมาชิกในชุมชนหมู่บ้าน) ▲เครือข่ายแพลตฟอร์มหญิง (กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง สมาชิกแพลตฟอร์มเริ่มต้น) ▲ 2030 Network (คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี) เป็นต้น นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อปรับปรุงการรับรู้เรื่องเพศสภาพและศักยภาพของนโยบาย นอกจากนี้ พวกเขายังดำเนินกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการค้นพบนโยบายโดยใช้การติดตามและสำรวจ ตลอดจนบทบาทการสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหาร สภา และผู้อยู่อาศัย และได้รับเงินช่วยเหลือเล็กน้อยตามกิจกรรมของพวกเขา วิธีการคัดเลือกตามสาขาขึ้นอยู่กับเครือข่ายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง ในกรณีนี้ การคัดเลือกจะทำโดยไม่มีกระบวนการคัดกรองแยกตามคำแนะนำตามเมืองและเขต สำหรับ 3 สาขาที่เหลือ พลเมืองที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่มจะได้รับใบสมัคร และการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะทำผ่านการตรวจเอกสาร จำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยแต่ละสาขามีประมาณ 50 คน ระยะเวลารับสมัครทั้ง 3 สาขาที่จะคัดเลือกผ่านการคัดกรองเอกสาร ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ Gyeonggi Women's Vision Center (https://www.gg.go.kr/woman) และส่งไปยังบุคคลที่รับผิดชอบทางอีเมลหรือสมัครทางออนไลน์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อศูนย์วิสัยทัศน์สตรีคยองกี (031-808-8013) การศึกษาลักษณะนิสัยสำหรับผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครอง จังหวัดคยองกีจะดำเนินการศึกษาลักษณะนิสัย 'พ่อแม่ที่แท้จริงคยองกี-โด' สำหรับผู้ปกครองและผู้ปกครองที่คาดหวังในจังหวัดจนถึงเดือนกันยายน การศึกษานี้ซึ่งจัดโดยศูนย์ดูแลเด็กตอนเหนือของคยองกีโดจะจัดขึ้นที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 18 แห่งในฮวาซอง และซีฮึงในจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอที่เรียกว่าซูม(zoom)  อย่างไรก็ตาม ศูนย์รับเลี้ยงเด็กบางแห่งยังมีการศึกษาแบบตัวต่อตัว การศึกษาคือ หน้าที่ของพ่อแม่▲ ความเข้าใจของเด็ก (อุปนิสัยและความผูกพัน)▲ ประกอบด้วยการบรรยายทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก (การแนะแนวพฤติกรรมปัญหา) ระยะเวลาการฝึกอบรมต่อการบรรยายประมาณ 120 นาที การบรรยายที่เริ่มในเดือน พฤษภาคม ของปีนี้จะเริ่มในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมหลังจากครึ่งแรก (นักเรียน 223 คนเสร็จสมบูรณ์) ผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครองของทารกและเด็กวัยหัดเดินที่ต้องการสมัครเพื่อการศึกษาสามารถสมัครได้หลังจากตรวจสอบตารางการศึกษาที่ศูนย์ดูแลเด็ก 18 แห่งที่กำหนดเป้าหมายเพื่อการศึกษา ในขณะเดียวกัน หลักสูตรคุณสมบัติการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้ปกครองที่แท้จริงในคยองกีโดเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับเลือกในการประกวดแนวคิดการศึกษาอุปนิสัยสำหรับทารก (ข้อเสนอนโยบาย)
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-07-19
  • “ใช้ระบบวีซ่าใหม่เพื่อประกันแรงงานต่างชาติที่ยอดเยี่ยม”
    <사진 기획재정부> <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6487>   รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะลดอุปสรรคในการเข้าประเทศ เช่น การออกวีซ่า เพื่อให้ผู้มีความสามารถจากต่างประเทศที่ยอดเยี่ยมสามารถตั้งรกรากในเกาหลีและมีส่วนร่วมในสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ เป้าหมายของการ์ดการเรียนรู้แห่งชาติในวันพรุ่งนี้จะขยายออกไปเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการทำงานเมื่อจำเป็น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  Hong Nam-ki ได้รับตำแหน่งรัฐบาลเป็นประธานรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการเงินที่ศูนย์ราชการกรุงโซล 'ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และ ทิศทางการตอบสนอง' และ 'มาตรการใช้แรงงานต่างด้าวในยุคที่ประชากรลดลง' หารือและประกาศมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น รัฐบาลคาดการณ์ว่าความเสี่ยงด้านประชากรหลัก 3 ประการจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การลดลงของจำนวนประชากร การสูญพันธุ์ในภูมิภาค และสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงหลัก 3 ประการจึงคาดว่าจะทำให้เกิดความตกใจครั้งใหญ่โดยทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลี โดยเน้นถึงความสำคัญของการตอบสนองแบบเอารัดเอาเปรียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประการแรกรัฐบาลกลัวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะซบเซาเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีอ่อนแอลงเมื่อ ประชากรวัยทำงานลดลง และสิ่งนี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาแรงงาน ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้สูงอายุในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดอุปสรรคในการเข้าประเทศเพื่อให้กำลังคนต่างชาติที่ดีเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทบทวนการขยายเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานของตนที่โรงเรียนได้นานเท่าที่ต้องการ และขยาย 'บริการครบวงจรสำหรับการดูแลตลอดวัน' เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเลือกและ ใช้บริการดูแลที่พวกเขาต้องการที่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลครอบครัวที่มีเด็กประถมโดยการปรับปรุงบริการดูแลที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับชั่วโมงเรียนปกติที่สั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง โดยจะพิจารณาขยายชั่วโมงการศึกษาด้วย เช่น การเสริมทักษะทางวิชาการขั้นพื้นฐาน ศิลปะการแสดง และกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน และการเล่นฟรี ขยายระบบวีซ่าแรงงานต่างด้าว เพื่อกระตุ้นการไหลเข้าของพรสวรรค์จากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของกำลังแรงงาน การออกวีซ่าที่อยู่อาศัย (F-2) สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะขยายออกและวีซ่าทำงานระยะไกลสำหรับความสามารถต่างประเทศที่มีไอที และ จะมีการขยายเทคโนโลยีไฮเทคที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ จึงตัดสินใจอนุญาตให้พำนักระยะยาวในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการตัดสินใจที่จะแนะนำวิธีการเชิงลบสำหรับการออกวีซ่าทำงานในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดี เป็นการขยายระยะเวลาการออกวีซ่าโดยเปลี่ยนจากวิธีการกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่า (วิธีบวก) เป็นวิธีการออกวีซ่าสำหรับวีซ่าทุกประเภทหากไม่ได้รับการยกเว้น (วิธีเชิงลบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าวที่ทำงานมาเป็นเวลานานในบริษัทในประเทศที่มีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ใช่อาชีพ (E-9) และวีซ่าเยี่ยมเยียน (H-2) มีสิทธิ์ได้รับการพำนักระยะยาวหากพวกเขามีรายได้ต่อปีและมีความสามารถทางเทคนิค . มีการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็น '-4)' คาดว่าจะง่ายขึ้นมากสำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ใช่มืออาชีพในการเปลี่ยนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมโครงการนำร่องวีซ่าเฉพาะภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังแรงงานของรัฐบาลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-07-19

실시간 ภาษาไทย 기사

  • ครอบครัวพหุวัฒนธรรมที่แต่งงานใหม่, การเชิญบุตรที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วมาเกาหลี
    <คำถาม> ดิฉันเป็นผู้ย้ายจากการสมรสและมีวีซ่า F-6 ดิฉันมีลูกสาวอายุ 22 ปี ที่เกิดในประเทศไทยก่อนจะแต่งงานใหม่ แต่ดิฉันอยากอยู่ กับลูกที่เกาหลี ดิฉันสามารถยื่นขอวีซ่าอะไรได้บ้าง? การขอวีซ่าเป็นเรื่องยากไหมค่ะถ้ามีอายุมาก? <รูปภาพแสดงฉากการขอคำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับครอบครัวพหุวัฒนธรรม. บริษัทประกันสุขภาพ สำนักงานใหญ่อินชอน คยองกี >   <คำตอบ> หากบุตรเป็นผู้เยาว์ที่อยู่ในประเทศบ้านเกิดของท่าน ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเชิญบุตรมาที่เกาหลี ตามใบรับรองความสัมพันธ์ ทางครอบครัวที่ออกโดยรัฐบาลไทย ผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสสามารถเชิญบุตรของตนเองได้โดยตรง หรือหากสามีเชิญแทน บุตรก็สามารถ เข้ามาเกาหลีได้เร็วขึ้น ในเวลานี้บุตรของท่านจะได้รับวีซ่า F-1 เยี่ยมเยียนและอยู่ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะได้รับวีซ่าระยะยาวหากบุตรของท่านโตแล้ว อย่างไรก็ตาม ท่านยังคงสามารถยื่นขอวีซ่า F-1 เยี่ยมเยียนและ อยู่ร่วมกันได้ หากมารดา (ผู้ถาม) มีเหตุผล เช่น เข้ารับการผ่าตัดเนื่องจากเจ็บป่วย โอกาสในการออกวีซ่าจะเพิ่มขึ้น หากการขอวีซ่า F-1 เป็นเรื่องยาก ท่านสามารถสมัครวีซ่าฝึกภาษาหรือวีซ่านักเรียนได้ หากไม่ใช่แบบนั้นวิธีเดียวคือ การเยี่ยมเยียนครอบครัวด้วยวีซ่าระยะสั้น ภายใน 3 เดือน ให้คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ ที่ ‘Papaya Story ศูนย์ช่วยเหลือวีซ่าทางกฎหมายในการใช้ชีวิต’  ภาษาไทย  โทร. 010-4823-8821/ สำนักงานกฎหมาย (ยูฮัน) มิน ‘ทีมสนับสนุนด้านกฎหมายคนเข้าเมือง’ โทร. 02-3477-5550, อีเมล beobil2002@lawmin.net  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-25
  • “ขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างหนักในการสนับสนุนครอบครัวที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวพหุวัฒนธรรม”
    กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัวได้จัดพิธีเฉลิมฉลองเดือนแห่งครอบครัวในปี 2022 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติของ หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเกาหลีที่กรุงโซล เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อระลึกถึงเดือนแห่งครอบครัวในเดือนพฤษภาคม <รูปภาพ=Papaya Story> มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน เช่น คิม ฮยอนซุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัว, สมาชิกรัฐสภา คิม จองแจ และ คิม มีแอ, ผู้ทำคุณงามความดีด้านนโยบายครอบครัว และองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว เป็นต้น งานนี้จัดขึ้น ในหัวข้อ “เพื่อนร่วมทางที่มีความสุข, สาธารณรัฐเกาหลีเคียงข้างทุกครอบครัว” เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของครอบครัวพร้อมมอบรางวัล สำหรับผู้ผู้ทำคุณงามความดีด้านนโยบายครอบครัว และเพิ่มเวลาแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายครอบครัวของรัฐบาลชุดใหม่ รัฐมนตรี คิม ฮยอนซุก กล่าวว่า “ผมคิดว่าที่เราสามารถเอาชนะความยากลำบากของโควิดมาได้ เป็นเพราะเรามีครอบครัวที่มีคุณค่า” และเผยว่า “รัฐบาลใหม่จะพยายามมากขึ้นในการเผยแพร่ ครอบครัวที่หลากหลาย, วัฒนธรรมครอบครัวที่เท่าเทียม” ในงานรำลึกก่อนพิธีมอบรางวัล ผู้เข้าร่วมหลักได้จัด “พิธีประกาศความเป็นเพื่อนร่วมทางที่มีความสุข” เพื่อชีวิตที่มีความสุขของทุกครอบครัว ในสังคม การประกาศภายใต้หัวข้อที่มีเนื้อหา เช่น “เพื่อนร่วมทางที่มีความสุข, สาธารณรัฐเกาหลีเคียงข้างทุกครอบครัว” ▲<ฉันมีครอบครัว> จะเป็นพลังที่ แข็งแกร่งเคียงข้างทุกคนในครอบครัว ▲<ความสุขต่อเนื่อง> จะสานต่อความสุขของครอบครัวผ่านการดูแลไปด้วยกัน ▲<มีวันพรุ่งนี้> การเปิดวันพรุ่งนี้อันอบอุ่นที่เคารพทุกครอบครัว รัฐบาลมอบรางวัลให้แก่ผู้ทำคุณงามความดี 85 คน ที่มีส่วนในการส่งเสริมสวัสดิการของครอบครัวที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวพหุวัฒนธรรม และครอบครัวด้อยโอกาส รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมทางสังคมที่เป็นมิตรกับครอบครัวในด้านนโยบายและในชุมชนท้องถิ่น ต่อไปนี้เป็นรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ได้รับรางวัลจากการมีส่วนสนับสนุนครอบครัวพหุวัฒนธรรม ◆<ใบประกาศเกียรติคุณจากประธานาธิบดี> คัง จูฮยอน ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวซอแดมุน-กู ◆<ใบประกาศเกียรติคุณจากนายก รัฐมนตรี> ควอน จี-ยอง ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวแดกู นัม-กู, ฮวาง ซุน-อก ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวโกซอง-กุน, ศูนย์ช่วยเหลือ ครอบครัวมหานครแดจอน ◆ ใบประกาศเกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรี จังหวัดคยองกี นา ยองซุก ผู้ดูแลเด็ก ศูนย์ครอบครัวเมืองโพชอน, อี ซึงบุน ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวกาพยอง-กุน, อิม ซอนฮี ผู้อำนวยการ ศูนย์ครอบครัวเมืองอันซอง, ศูนย์ครอบครัวเมือง, ศูนย์ครอบครัว เมืองยอจู   นักข่าว ซง ฮาซอง <รูปภาพเป็นผู้ได้รับรางวัลใบประกาศเกียรติคุณจากประธานาธิบดี คิม ฮยอนซุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัว สวมชุดสีดำตรงกลาง. Papaya Story> <ศูนย์ครอบครัวเมืองกวางจูได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัว คนตรงกลางคือ โอ ยองฮี หัวหน้าศูนย์. Papaya Story> <ศูนย์ครอบครัวยอจูได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัว. คนตรงกลางคือ พัค จีฮยอน หัวหน้าศูนย์. Papaya Story> <ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวกาพยอง-กุน (ที่สองจากซ้าย) และอิม ซอนฮี ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัวเมืองอันซอง (คนที่สามจากซ้าย) ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัว ด้านซ้ายสุดคือ ยุน ซองอึน ผู้อำนวยการศูนย์ครอบครัว. Papaya Story>
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-24
  • เริ่มออกวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ และวีซ่าระยะสั้น (C-3) เช่น การท่องเที่ยว!
    กระทรวงยุติธรรมจะกลับมาออกวีซ่าชั่วคราว (C-3) และวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ฯลฯ ซึ่งถูกระงับในวันที่ 13 เมษายน ปี 2020 เพื่อป้องกันการไหลเข้าของโควิด19 จากต่างประเทศ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน วีซ่า C-3 ส่วนใหญ่ออกให้สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเยือนเกาหลีเป็นเวลาน้อยกว่า 90 วันเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยว, การพักฟื้น, เยี่ยมญาติ, การเข้าร่วมในการประชุมและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น การวิจัยตลาดและการให้คำปรึกษา วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ คือระบบการสมัครและการออกวีซ่าออนไลน์สำหรับบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นและนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ในการดำเนินการตามมาตรการนี้ รัฐบาลได้ตัดสินใจปรับปรุงมาตรฐานการจำกัดการออกวีซ่าโดยจำแนกตามประเทศเฝ้าระวัง (ระดับ 2) และประเทศทั่วไป (ระดับ 1) ตามความเสี่ยงในการกักกันของแต่ละประเทศ ชาวต่างชาติจากประเทศที่จัดเป็นประเทศทั่วไป (ระดับ 1) สามารถดำเนินการออกวีซ่าระยะสั้น (C-3) และออกวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ได้ในทุกสาขา เช่น ทัวร์กลุ่มและรายบุคคล, เยี่ยมญาติ, และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เป็นต้น นอกจากนี้ การออกวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่น, ผู้ป่วยชาวต่างชาติ, และนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ ซึ่งถูกระงับไปเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2020 จะกลับมาดำเนินการใหม่อีกครั้ง ชาวต่างชาติจากประเทศที่หน่วยงานกักกันจัดเป็นประเทศเฝ้าระวัง (ระดับ 2) สามารถยื่นขอวีซ่าได้ เฉพาะผู้มาเยือนที่สำคัญเท่านั้น เช่น เหตุผลด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ณ เดือนพฤษภาคม ไม่มีประเทศใดจัดเป็นประเทศเฝ้าระวัง (ระดับ 2) มาตรการบรรเทาผลกระทบนี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด19 ภายในประเทศในอนาคต นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมยังได้ฟื้นฟูผลกระทบของวีซ่าระยะสั้นแบบเข้าออกได้หลายครั้งซึ่งถูกระงับชั่วคราว วีซ่าระยะสั้นแบบเข้าออกได้หลายครั้ง(Multiple Entry Visa) ที่ออกก่อนวันที่ 5 เมษายน 2020 เป็นวีซ่าที่สามารถเยี่ยมเยียนได้หลายครั้ง สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมีมาตรการพิเศษใดๆ หากระยะเวลาที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ กระทรวงยุติธรรมคาดหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างงานให้กับประชาชนและดึงดูดบุคคลที่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมจากต่างประเทศ โดยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศผ่านการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง 이지은 기자
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-23
  • หากผู้อาศัยชาวต่างชาติเดินทางไปต่างประเทศและอาศัยอยู่ในระยะยาว จะรักษาวีซ่าเกาหลีได้อย่างไร?
    <คำถาม> ดิฉันเป็นผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสที่มีวีซ่า F-6 ตอนนี้ดิฉันอาศัยอยู่กับครอบครัวที่เกาหลี แต่ดิฉันกำลังวางแผนที่จะกลับประเทศไทย เร็วๆ นี้<รูปภาพคือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอันซาน. Papaya Story > ดิฉันอาจจะต้องอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน ในกรณีนี้หากดิฉันต้องการรักษาวีซ่าไว้ ดิฉันควรทำอย่างไร? จำเป็นต้องกลับมาเกาหลีเพื่อต่อวีซ่าอีกหรือไม่ หรือดิฉันสามารถต่อวีซ่าในต่างประเทศได้? <คำตอบ> เมื่อผู้อาศัยชาวต่างชาติเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดหลังจากอาศัยอยู่ในเกาหลี การรักษาสถานะการพำนักของท่านเป็นสิ่งสำคัญในกรณีที่เดินทางกลับเกาหลี หากต้องการอยู่ต่างประเทศโดยยังคงสถานะการพำนักอยู่ ท่านต้องกลับมาที่เกาหลีภายในระยะเวลาการพำนักและภายใน 1 ปี นับจากวันที่ออกเดินทาง หากระยะเวลาการพำนักเหลืออยู่ 6 เดือน ท่านต้องกลับมาภายใน 6 เดือน หากระยะเวลาการพำนักเหลืออยู่ 16 เดือน ท่านต้องเดินทางกลับเกาหลีภายใน 1 ปี นับจากวันที่ออกเดินทาง หากไม่เดินทางกลับมาภายใน 1 ปี นับจากวันที่ออกเดินทาง วีซ่าที่ออกให้โดยรัฐบาลเกาหลีจะถูกเพิกถอนโดยอัตโนมัติ การต่อวีซ่าในต่างประเทศโดยไม่ต้องเดินทางกลับเกาหลีเฉพาะในกรณีพิเศษเท่านั้น สถานการณ์ที่ไม่สามารถกลับมาเกาหลีต้องได้รับการยอมรับ เช่น ผู้ที่ไม่สามารถกลับมาได้เนื่องจากโควิดหรือไม่สามารถกลับได้เนื่องจากเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ในกรณีนี้ท่านต้องไปที่สถานทูตเกาหลีและขอต่ออายุ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ ที่ ‘Papaya Story ศูนย์ช่วยเหลือวีซ่าทางกฎหมายในการใช้ชีวิต’  ภาษาไทย  โทร. 010-4823-8821/ สำนักงานกฎหมาย (ยูฮัน) มิน ‘ทีมสนับสนุนด้านกฎหมายคนเข้าเมือง’ โทร. 02-3477-5550, อีเมล beobil2002@lawmin.net  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-20
  • ผู้ใช้แรงงานที่เสี่ยงต่อการถูกบังคับให้ออกนอกประเทศเนื่องจากไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตจ้างงาน ควรได้รับการช่วยเหลือ
    คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้ตัดสินใจว่าจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการจ้างงาน สำหรับแรงงานชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ในสถานที่ทำงานในสถานการณ์ที่ลำบากต่อการนำเข้าแรงงานชาวต่างชาติ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด19 <รูปภาพ = ชาวต่างชาติกำลังปรึกษากับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง. คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง> นาย A เป็นแรงงานชาวต่างชาติสัญชาติเนปาลและเดินทางเข้าประเทศเกาหลีในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 ผ่านระบบใบอนุญาตการจ้างงาน นาย A ทำงานอย่างขยันขันแข็งและถูกต้องตามกฎหมายในสถานที่ทำงานแห่งหนึ่งในจังหวัดจอลลาใต้เป็นเวลา 5 ปี จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 เมื่อระยะเวลาการจ้างงานสิ้นสุดลง ในระหว่างนี้ มีการดำเนินนโยบายเพื่อขยายระยะเวลาการจ้างงานของแรงงานชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องยื่น คำขอแยกต่างหาก เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เกิดจากการแพร่กระจายของโควิด19 ด้วยเหตุนี้ ระยะเวลาการจ้างงานของนาย A จึงขยายออกไปโดยอัตโนมัติอีก 1 ปี จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 หากนายจ้างในประเทศยังคงจ้างแรงงานชาวต่างชาติที่ได้รับการขยายระยะเวลาการจ้างงาน นายจ้างจะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตจ้างงาน กับหัวหน้าหน่วยงานรักษาความปลอดภัยงาน อย่างไรก็ตาม นายจ้างที่ไม่ได้รับข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตการจ้างงานให้กับนาย A ซึ่งได้ขยาย ระยะเวลาการจ้างงานออกไป ส่งผลให้นาย A ตกอยู่ในความเสี่ยงจากการถูกบังคับให้ออกนอกประเทศเนื่องจากระยะเวลาของใบอนุญาต การจ้างงานที่มีอยู่และระยะเวลากิจกรรมการจ้างงานหมดอายุลง คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองกล่าวว่า ▲การขยายระยะเวลาการจ้างงานสำหรับแรงงานชาวต่างชาติเป็นเป้าหมายเชิง นโยบายที่จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสถานที่ทำงานแนวหน้า ▲ไม่สามารถสมัครได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ระบุข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตการจ้างงาน▲ในทางกลับกัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นว่าการต่อ อายุใบอนุญาตการจ้างงานของนาย A จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประโยชน์สาธารณะ แต่คาดว่าน่าจะช่วยได้มากในการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในที่ทำงาน คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองได้แสดงความเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายระยะเวลาใบอนุญาตจ้างงานของ นาย A แม้ว่าการแสดงความเห็นของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่เนื่องจากคณะกรรมการต่อต้าน การทุจริตและสิทธิพลเมืองได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าอย่างเพียงพอแล้วเกี่ยวกับคดีของนาย A จึงเป็นที่ทราบกันว่า การขยายระยะเวลาการจ้างงานของนาย A มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการยอมรับ อิม กยู-ฮง เจ้าหน้าที่ร้องทุกข์ของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมืองกล่าวว่า “เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขความ คับข้องใจและข้อร้องเรียนจากแรงงานชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีผ่านใบอนุญาตการจ้างงาน และสถานที่ทำงานในประเทศที่ด้อย คุณภาพซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน”     นักข่าว ซง ฮาซอง
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-19
  • จำเป็นต้องนำเข้าแรงงานชาวต่างชาติในเกาหลีมากขึ้นและทำให้พวกเขาอยู่นานขึ้น!
    เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลีได้จัด ‘การประชุมอภิปรายการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนโยบายแรงงานชาวต่างชาติ’ ที่สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในยออิโด กรุงโซล <รูปภาพ = สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลี> สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลีเป็นองค์กรที่เป็นตัวแทนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเกาหลีและมีอิทธิพลอย่างมาก การประชุมอภิปรายในวันนี้จัดทำขึ้นเพื่อหาแนวทางนโยบายสำหรับแรงงานชาวต่างชาติเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรในประเทศ รวมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และยังเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขันขององค์กร อี กยู-ยง นักวิจัยอาวุโสของสถาบันแรงงานเกาหลีซึ่งรับผิดชอบในการนำเสนอ เขาชี้ว่า “ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทาง ประชากรของเกาหลีคือปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, การสูงวัยอย่างรวดเร็วของแรงงาน, และแรงงานที่มีทักษะลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่างจริงจัง” เพื่อแก้ปัญหานี้ นักวิจัยอี ได้เสนอให้ △จัดตั้งระบบการจัดการแรงงานชาวต่างชาติให้ครอบคลุม △ขยายระยะเวลาการพำนัก △จัดให้มีระบบป้องกันผลข้างเคียงจากการย้ายไปยังสถานที่ทำงาน △แก้ไขระบบนำเข้าแรงงานชาวต่างชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถัดไป ศาสตราจารย์ โน ยงจิน จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติโซลกล่าวว่า จำเป็นต้องส่งเสริมแรงงานที่มีทักษะและ ถ่ายโอนแรงงานที่มีทักษะเพื่อยกเว้นการเข้าประเทศใหม่ เช่น △การขยายการเข้าถึงข้อมูลและตัวเลือกเสริมสำหรับแรงงานชาวต่างชาติ △เตรียมมาตรการเพื่อปรับปรุงผลิตภาพแรงงานเพื่อตอบสนองต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ △การทบทวนทั่วไปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง สถานที่ทำงาน △แนวทางตามประเภทของช่างฝีมือ เป็นต้น ในการอภิปรายที่นำโดยศาสตราจารย์ พัค ยองบอม และศาสตราจารย์ โน มินซอน จากมหาวิทยาลัยฮันซอง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมกล่าวว่า “△จำเป็นต้องมีแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับผู้พำนักอย่างผิดกฎหมาย △ขยายขอบเขต การนำเข้าแรงงานชาวต่างชาติจำนวนมาก △การนำเข้าแรงงานมืออาชีพในต่างประเทศสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม △การจัดสรรท้องถิ่น ณ เวลาที่คัดเลือก” . มิน แดฮง ประธานสมาคมสหกรณ์อุตสาหกรรมอิฐดินเหนียวของเกาหลีกล่าวว่า “ควรขยายระยะเวลาการจ้างงานของแรงงานชาวต่างชาติ ในเกาหลีให้มากขึ้น” และเน้นย้ำว่า “นอกจากนี้แม้ว่าจำนวนแรงงานที่อนุญาตในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้น 20% ในบริษัทท้องถิ่นและอุตสาหกรรม หลัก แต่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนที่อนุญาตมากกว่า 100% เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคสนาม” ในขณะเดียวกัน อี ยอง ผู้อำนวยการศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติในเมืองนัมยางจูยืนยันว่า “สำหรับแรงงานชาวต่างชาติ △ โดยหลักการแล้ว จำป็นต้องอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ทำงานตาม ‘หลักเสรีภาพในที่ทำงาน’ ของ รัฐธรรมนูญได้ △ การขยายระยะเวลากิจกรรมการจ้างงาน ในประเทศรวมทั้งการกลับเข้าประเทศแบบพิเศษ” การประชุมอภิปรายในวันนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการจ้างงานและการจัดการของเกาหลีสำหรับแรงงานชาวต่างชาติ และประเมินว่ารัฐบาลได้รับแรงกดดันด้านกำหนดการในบางส่วน  นักข่าว ซง ฮาซอง <รูปภาพ = สหพันธ์ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลี>
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-18
  • หากให้ครอบครัวในประเทศบ้านเกิดมาเกาหลีด้วยวีซ่าท่องเที่ยวก่อน จะสามารถทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลได้หรือไม่?
    <คำถาม> ดิฉันเป็นผู้ย้ายถิ่นจากการสมรส และมีวีซ่า F-6 ดิฉันอยากเชิญลูกพี่ลูกน้องที่ประเทศไทยให้มาเป็นแรงงานตามฤดูกาล แต่ดิฉันเห็นในเว็บบอร์ดอื่นๆ บอกว่าถ้าต้องการเชิญครอบครัวในประเทศบ้านเกิดให้มาเป็นแรงงานตามฤดูกาล จะต้องได้วีซ่า C-4 ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล E-8 เมื่อเข้ามาในประเทศเกาหลี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรื่องที่บอกว่าเฉพาะครอบครัวเกาหลี ที่เป็นเกษตรกรและทำนาเท่านั้นที่สามารถเชิญได้ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าค่ะ? ชาวเกาหลีที่ไม่ใช่เกษตรกรสามารถเชิญลูกพี่ลูกน้อง จากประเทศบ้านเกิดได้หรือไม่? <รูปภาพ = แรงงานตามฤดูกาล. เมืองชุงจู> <คำตอบ> เมื่อเร็วๆ นี้ มีการสอบถามจากผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสที่ต้องการเชิญครอบครัวจากประเทศบ้านเกิดเข้ามาเป็นแรงตามฤดูกาล เพิ่มมากขึ้น ระบบแรงงานตามฤดูกาลของเกาหลีที่ดำเนินการในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่การที่ผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสเชิญครอบครัวในประเทศ บ้านเกิดของตน แต่เป็นวิธีการที่รัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องการแรงงานตามฤดูกาลได้รับคำแนะนำจากผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสและจะเชิญ ครอบครัวของพวกเขา โดยไม่สำคัญว่าครอบครัวเกาหลีของผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสจะมีอาชีพอะไร ดังนั้นหากผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสต้องการเชิญครอบครัว ในประเทศบ้านเกิดของตนมาที่เกาหลีในฐานะแรงงานตามฤดูกาล ก่อนอื่นต้องโทรติดต่อกับรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องการจ้างแรงงานตาม ฤดูกาลและสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าว รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งไม่เชิญครอบครัวจากประเทศบ้านเกิดของผู้ย้ายถิ่นจากการสมรส แต่จะจ้างชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศเกาหลี ณ ปัจจุบันให้เป็นแรงงานตามฤดูกาล ด้วยเหตุผลนี้ข่าวลือที่ว่าหากเข้าประเทศเกาหลีก่อน แล้วจะสามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล ได้ในภายหลังนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด หากชาวต่างชาติต้องการเข้าประเทศเกาหลีก่อน วีซ่าระยะสั้น C-3 เป็นวีซ่าที่เร็วและสะดวกที่สุด อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติที่เข้าประเทศ เกาหลีด้วยวีซ่าระยะสั้น C-3 จะไม่สามารถทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลได้ ในบรรดาชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลี วีซ่าที่สามารถทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลได้นั้น ได้แก่ F-3 วีซ่าติดตาม, F-1 วีซ่าเยี่ยมเยียนและอาศัยอยู่ด้วยกัน, H-2 วีซ่าเยี่ยมเยียนและจ้างงาน โดยให้สัญญาว่าจะไม่ทำงาน, D-2 และ D-4 วีซ่าการศึกษา ในต่างประเทศ, D-1 วีซ่าวัฒนธรรมและศิลปะ, D-10 วีซ่าหางาน เป็นต้น (วีซ่า F-5, F-6 สามารถทำได้แน่นอน) นอกเหนือจากวีซ่าระยะสั้น C-3-1 ซึ่งอนุญาตให้ทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลได้ ซึ่งใช้ได้กับชาวต่างชาติที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยสมัครใจตาม “ระบบการเดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจของชาวต่างชาติที่พำนักอย่างผิดกฎหมายตามวงจรคุณธรรม” ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลีในเดือนธันวาคม ปี 2019 วีซ่า C-4 ที่ผู้ถามกล่าวถึงนั้นเป็นวีซ่าทำงานระยะสั้นตามฤดูกาล ดังนั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศเกาหลีก่อน Papaya Story ได้โทรเข้าไปสอบถามโดยตรงกับรัฐบาลท้องถิ่น 63 แห่ง เพื่อตรวจสอบว่ารัฐบาลท้องถิ่นแห่งใดบ้างกำลังจ้างแรงงาน ตามฤดูกาลอยู่ในปัจจุบัน โปรดตรวจสอบลิงก์ต่อไปนี้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม - ลิงก์บทความ :  เมืองที่ผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสสามารถสอบถามเกี่ยวกับการเชิญแรงงานตามฤดูกาลจากประเทศบ้านเกิดของตนได้ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ ที่ ‘Papaya Story ศูนย์ช่วยเหลือวีซ่าทางกฎหมายในการใช้ชีวิต’  ภาษาไทย โทร. 010-4823-8821/ สำนักงานกฎหมาย (ยูฮัน) มิน ‘ทีมสนับสนุนด้านกฎหมายคนเข้าเมือง’ โทร. 02-3477-5550, อีเมล beobil2002@lawmin.net  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-17
  • มูลนิธิจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์, คัดเลือกนักเรียนทุนเพื่อการบูรณาการทางสังคม เช่น ครอบครัวพหุวัฒนธรรม
    มูลนิธิจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์กำลังรับสมัครนักเรียนทุน ‘การบูรณาการทางสังคม’ ของ ‘ทุนการศึกษาจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์’ จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม <รูปภาพ=มูลนิธิจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์> เพื่อสนับสนุนหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสำหรับผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ, ครอบครัวพหุวัฒนธรรม,  และคนหนุ่มสาวที่เตรียมตัวสำหรับการพึ่งพาตนเอง มูลนิธิจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์มอบค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนสำหรับบัณฑิตวิทยาลัยและค่าใช้จ่ายสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบของ ค่าครองชีพ เพื่อให้ผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ, ครอบครัวพหุวัฒนธรรม, และคนหนุ่มสาวที่เตรียมตัวสำหรับการพึ่งพาตนเอง สามารถเรียนต่อได้โดยไม่ต้องกังวลทางด้านเศรษฐกิจ มูลนิธิได้วางแผนโปรแกรมทุนการศึกษา ‘การรวมตัวทางสังคม’ ตามเจตจำนงของผู้ก่อตั้งจองมงกู ประธานกิตติมศักดิ์ของฮยอนแดมอเตอร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสและอุปถัมภ์ผู้มีความสามารถ อัตราของนักเรียนจากครอบครัวพหุวัฒนธรรมที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือสูงกว่าคือ 49.6% ซึ่งต่ำกว่าอัตราโดยรวมที่ 67.6% นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า 70% ของคนหนุ่มสาวที่เตรียมพร้อมสำหรับการพึ่งพาตนเองซึ่งมีชีวิตที่ยากลำบากละทิ้งการเรียนเพื่อประกอบ อาชีพ มูลนิธิจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์ไม่เพียงแต่ให้ค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีโปรแกรมการเติบโตเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนจากครอบครัว พหุวัฒนธรรมจะไม่ถูกกีดกันในการเติบโตไปสู่บุคคลผู้มีความสามารถในอนาคต อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ยากลำบาก นักเรียนทุนผู้มีความสามารถในการบูรณาการทางสังคมของ ‘ทุนการศึกษาจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์’ สามารถรับ 3.6 ล้านวอนในแต่ละ ภาคการศึกษาสำหรับค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนและค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาเพิ่มเติมให้กับนักเรียนทุนที่ประสบ ความสำเร็จอย่างโดดเด่นในเวทีโลก เงินช่วยเหลือการตั้งถิ่นฐานจะได้รับเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ดีเยี่ยม (บัณฑิตวิทยาลัย) ภายใน 100 อันดับแรกในต่างประเทศ และสนับสนุน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อเผยแพร่เอกสารในวารสารวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการในต่างประเทศ ไม่เพียงเท่านี้ ‘ทุนการศึกษาจองมงกูฮยอนแดมอเตอร์’ วางแผนที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนต่อไป เช่น การสร้างเครือข่ายระหว่างนักเรียนทุน รุ่นพี่และรุ่นน้องผ่านโปรแกรมทุนเรียนในมหาวิทยาลัย(Fellowship) เช่น ค่ายฤดูร้อน, กิจกรรมกลุ่มเล็ก, และสมาคมศิษย์เก่า การคัดเลือกนักเรียนทุน ‘การรวมตัวทางสังคม’ ในครั้งนี้สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ทุนการศึกษาจนถึงในวันที่ 18 พฤษภาคม การคัดเลือก รอบสุดท้ายจะทำในเดือนมิถุนายนหลังจากผ่านขั้นตอนการคัดเลือก เช่น การคัดกรองเอกสาร, การทดสอบบุคลิกภาพ, และการทดสอบ บุคลิกภาพ เป็นต้น     นักข่าว ซง ฮาซอง  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-13
  • LG U+ ดำเนินการให้คำปรึกษาล่ามมืออาชีพสำหรับชาวต่างชาติ, ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ 2 ล้านคน!
    LG U+ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการอำนวยความสะดวก เช่น การให้คำปรึกษาผ่านล่ามมืออาชีพ และการยกเลิกบริการภายใน สนามบินสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในเกาหลีที่มีปัญหาในการสื่อสารในภาษาเกาหลี ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับชาวต่างชาติที่มาเยือนเกาหลีหลังจากกระแสการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) ได้ลดลง <รูปภาพ=LG U+ >  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทโทรคมนาคมปัจจุบันละเลยสมาชิกชาวต่างชาติกว่า 2 ล้านคน จึงเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ LG U+ กำลังเสริมบริการสำหรับชาวต่างชาติให้แข็งแกร่งขึ้น LG U+ ได้จัดตั้งทีมบริการชาวต่างชาติเพื่อขยายบริการสำหรับชาวต่างชาติและกำลังขยายพื้นที่ให้บริการอย่างจริงจัง ตั้งแต่การจัดตั้ง ศูนย์บริการลูกค้าไปจนถึงบริการทั่วไป นับจากนี้เป็นต้นไป ชาวต่างชาติจะได้รับคำอธิบายที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมและเงื่อนไขการสมัครสมาชิกในภาษาที่เลือก ผ่านที่ปรึกษาภาษาต่างประเทศมืออาชีพที่ศูนย์บริการลูกค้าต่างประเทศของ LG U+ ความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง ในอดีตจะหายไปจาก LG U+ ด้วยเช่นกัน หากท่านไม่มีโทรศัพท์ในชื่อของตนเอง ท่านสามารถใช้บริการล่ามโดยรับความช่วยเหลือจากพนักงานของร้านได้ LG U+ วางแผนที่จะขยายขอบเขตของภาษาที่เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก นอกเหนือไปจากภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันให้บริการล่ามและการให้คำปรึกษา จะมีการเพิ่มการให้คำปรึกษาในภาษารัสเซียภายในปีนี้ และขอบเขตของงาน จะขยายออกไปนอกเหนือจากคำแนะนำด้านบริการสื่อสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเรื่องร้องเรียนและการสนับสนุนการสมัครรับข้อมูล เป็นต้น LG U+ ได้ขยายบทบาทของศูนย์โรมมิ่งในสนามบิน เพื่อให้ผู้ใช้งานชาวต่างชาติสามารถยกเลิกบริการสื่อสารที่ใช้ในเกาหลีเมื่อเดินทางกลับ ประเทศของตน พร้อมกับบริการให้คำปรึกษาโดยล่ามมืออาชีพ ผู้ใช้งานชาวต่างชาติปัจจุบันประสบปัญหา เช่น ก่อนเดินทางออกนอก ประเทศต้องเข้าไปที่ร้านบริษัทโทรคมนาคมล่วงหน้าเพื่อชำระค่าธรรมเนียมที่เหลือและยกเลิกบริการ เพื่อแก้ปัญหานี้ LG U+ ทำให้ชาวต่างชาติสามารถยกเลิกบริการโทรคมนาคมซึ่งใช้งานได้อย่างสะดวกที่ศูนย์โรมมิ่งในสนามบินได้ LG U+ ในสนามบินอินชอนและสนามบินคิมแฮภายในประเทศ โดยสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ตั้งแต่การชำระค่าใช้จ่ายที่เหลือไปจนถึง การยกเลิกบริการในครั้งเดียว LG U+ เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในเกาหลีที่ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การสมัครสมาชิกไปจนถึงการยกเลิกที่ศูนย์โรมมิ่งในสนามบิน คิม ยูซิน ผู้จัดการธุรกิจโทรคมนาคมระดับโลกกล่าวว่า “เนื่องจากเว้นระยะห่างจากโควิด19 คลี่คลายลง ทำให้จำนวนผู้มาเยือนเกาหลี จะเพิ่มขึ้น” และเผยว่า “จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อ ปรับปรุงความไม่สะดวกของลูกค้าชาวต่างชาติ เพื่อให้พวกเขาสามารถเพลิดเพลิน กับชีวิตการสื่อสารที่สะดวกสบายเหมือนในประเทศ บ้านเกิดของพวกเขา” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจำนวนชาวต่างชาติในเกาหลีจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต เรากำลังตั้งตารอโลกแห่งบริการโทรคมนาคมที่น่าตื่นตา ตื่นใจที่ LG U+ จะเปิดให้บริการแก่ชาวต่างชาติ   นักข่าว ซง ฮาซอง
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-12
  • “จะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องและขยายเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของพลเมืองโลกทุกคน”
    ยุล ซอกยอล เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 20 ของสาธารณรัฐเกาหลี <รูปภาพ = ข่าวยอนฮับ> ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ได้จัดพิธีเปิดที่ลานด้านหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ต่อหน้าประชาชน 41,000 คน รวมทั้งอดีต ประธานาธิบดีและประธานาธิบดีคนปัจจุบัน, ครอบครัวผู้สูญเสีย, รัฐสภาและเจ้าหน้าที่ของรัฐ, ผู้แทนจากทุกสาขาอาชีพ, นักการทูต และประชาชน เขาเดินเข้าไปในสถานที่จัดงานอย่างช้าๆ โบกมือและจับมือกับประชาชน ในการกล่าวเปิดงานในวันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดียุนสรุปคุณค่าหลักของการบริหารกิจการของรัฐว่าเป็น ‘เสรีภาพ’ ประธานาธิบดียุน เน้นย้ำถึงสิทธิมนุษยชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยยึดหลักเสรีภาพเป็นคุณค่าสากล โดยกล่าวสุนทรพจน์ที่เจาะลึกทุกด้านของ กิจการของรัฐ รวมทั้งประเด็นด้านความปลอดภัย ประธานาธิบดียุนกล่าวว่า “ประชาธิปไตยแบบเสรีสร้างสันติภาพและสันติภาพปกป้องเสรีภาพ” และเผยว่า “สันติภาพได้รับการรับรอง โดยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาคมระหว่างประเทศที่เคารพเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” และกล่าวต่อว่า “เราควรแสวงหาสันติภาพที่ยั่งยืนซึ่งผลิดอกออกผลแห่งเสรีภาพและความเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่สันติภาพที่เปราะบางซึ่ง หลีกเลี่ยงสงครามชั่วคราว” และเผยว่า “ไม่มีที่ใดในโลกที่ปลอดจากการคุกคามต่อเสรีภาพและสันติภาพ เช่นเดียวกับสันติภาพ บนคาบสมุทรเกาหลีและในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือในขณะนี้” เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดียุนกล่าวว่า “ผมจะเปิดประตูสู่การเจรจาเพื่อการแก้ปัญหาอย่างสันติต่อการพัฒนานิวเคลียร์ของ เกาหลีเหนือซึ่งคุกคามสันติภาพ ไม่เพียงแต่ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในเอเชียและทั่วโลกอีกด้วย” และให้สัญญาว่า “หากเกาหลีเหนือหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และเปลี่ยนไปสู่การลดอาวุธนิวเคลียร์ในทางปฏิบัติ เราจะทำงานร่วมกับประชาคม ระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมแผนที่ชัดเจนเพื่อปรับปรุงเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือและคุณภาพชีวิตของชาวเกาหลีเหนืออย่างคาดไม่ถึง” สำหรับประชาคมระหว่างประเทศ เขาให้คำมั่นที่จะรับผิดชอบต่อประชาคมระหว่างประเทศให้เป็น 1 ใน 10 ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด ในโลก ประธานาธิบดียุนกล่าวว่า “เกาหลีไม่สามารถแยกปัญหาภายในประเทศและปัญหาระหว่างประเทศได้ เราจะร่วมกันสร้างประเทศที่มี ความรับผิดชอบและความเคารพในประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมกับท่านทั้งหลายอย่างแน่นอน” เขากล่าวต่อว่า “ตอนนี้เราอยู่ในกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ 10 อันดับแรกของโลก ดังนั้นเราจึงต้องแสดงจุดยืนในฐานะผู้นำระดับโลก ในการสนับสนุนและปกป้องบรรทัดฐานสากลสากลอย่างแข็งขัน โดยยึดตามค่านิยมของเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน” ในขณะเดียวกัน “ไม่ใช่แค่ในเกาหลีแต่เราต้องมีบทบาทนำมากขึ้นในการปกป้องและขยายเสรีภาพรวมทั้งสิทธิมนุษยชนของพลเมืองโลก ทุกคน” และ “แน่นอนว่าประชาคมระหว่างประเทศต่างคาดหวังให้เกาหลีมีบทบาทมากขึ้นเช่นเดียวกัน” เช่นเดียวกับคำปราศรัยครั้งแรกของประธานาธิบดี ยุล ซอกยอล หวังว่ารัฐบาลใหม่จะปกป้องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของผู้อาศัย ชาวต่างชาติในเกาหลี นักข่าว ซง ฮาซอง
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-05-11
비밀번호 :